• Wed. Oct 14th, 2026

ผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศสชี้ ยุโรปยังเผชิญภาวะเงินเฟ้อต่อเนื่อง เสนอปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ-พลังงาน

ผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศสชี้-ยุโรปยังเผชิญภาวะเงินเฟ้อต่อเนื่อง-เสนอปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ-พลังงานผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศสชี้ ยุโรปยังเผชิญภาวะเงินเฟ้อต่อเนื่อง เสนอปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ-พลังงาน

วันนี้ (14 ตุลาคม 2026) ที่เวทีเสวนา Governor Talks: Beyond Inflation: Europe’s Policy Challenges in a Changing World ในการประชุมประจำปี IMF-World Bank ประจำปี 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ระบุว่า ยุโรปยังคงเผชิญภาวะเงินเฟ้ออย่างต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุหลักมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความผันผวนของราคาพลังงาน

ในเวทีเสวนาครั้งนี้มี มาเตอุสซ์ ชูเร็ก (Mateusz Szczurek) ผู้อำนวยการฝ่ายยุโรปของ IMF และเอ็มมานูเอล มูแลง (Emmanuel Moulin) ผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศส ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์เศรษฐกิจยุโรป โดยมูแลงมองว่า ยุโรปกำลังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อที่มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากความผันผวนของราคาน้ำมัน สภาพภูมิอากาศของยุโรปที่สร้างความสั่นคลอนให้กับราคาสินค้า ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงชะลอตัว  ประกอบกับแรงกดดันทางนโยบายทางการคลังที่เพิ่มสูงขึ้น ท่ามกลางสภาวะสงครามรัสเซีย-ยูเครนและในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังดำเนินต่อไป

อย่างไรก็ดี ภาวะเงินเฟ้อข้างต้นไม่ได้อยู่ในระดับยากเกินกว่าที่จะควบคุมได้ เนื่องจากการคาดการณ์ภาวะเงินเฟ้อของภาคธุรกิจและครัวเรือนยังคงมีเสถียรภาพ อีกทั้งธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank: ECB) ยังมีประสบการณ์ในการดำเนินนโยบายการเงินเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ โดยไม่ทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยในช่วงที่ผ่านมา

มูแลงยังชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจยุโรป โดยเฉพาะอุปสรรคต่อการไหลเวียนของเงินทุนและบริการภายในภูมิภาค ซึ่งเกิดจากความล่าช้าในการลงทุนเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี ทั้งนี้ การเร่งลงทุนและแก้ไขอุปสรรคดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญที่รัฐบาลยุโรปต้องให้ความสำคัญ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและรับมือกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจ รวมถึงปัญหาเงินเฟ้อ

นอกจากนี้ มูแลงยังเสนอให้เร่งผลักดันการบูรณาการสหภาพธนาคารยุโรป (European Banking Union) ให้สมบูรณ์ เพื่อเอื้อให้เกิดสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียนข้ามพรมแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ควบคู่กับการส่งเสริมการกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานร่วมกันในระดับภูมิภาค เพื่อดึงดูดเงินลงทุนจากกองทุนบำนาญให้กลับมาลงทุนในยุโรปมากขึ้น

สำหรับประเทศสมาชิกยุโรปที่เผชิญข้อจำกัดทางการคลัง มูแลงเสนอให้เพิ่มความสำคัญต่อการใช้จ่ายและการลงทุนที่จะช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมการไหลเวียนของเงินทุนภายในภูมิภาค โดยยกตัวอย่างเยอรมนีที่มีแผนเพิ่มการลงทุนด้านกลาโหมและโครงสร้างพื้นฐาน ที่นอกจากจะช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจภายในประเทศแล้ว ยังอาจส่งผลเชิงบวกต่อประเทศสมาชิกอื่นผ่านความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจข้ามพรมแดน

ขณะที่ประเด็นด้านพลังงาน มูแลงกล่าวว่า ยุโรปมีแผนรับมือและมีประสบการณ์ในการจัดการวิกฤตพลังงานมาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยมุ่งลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย ขณะเดียวกันยุโรปยังพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและพลังงานจากตะวันออกกลางน้อยกว่าภูมิภาคเอเชีย อย่างไรก็ตาม ยุโรปยังจำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้างพลังงานในระยะยาว ด้วยการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและเพิ่มการลงทุนในพลังงานทางเลือก ทั้งพลังงานหมุนเวียนและพลังงานนิวเคลียร์ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดโลกที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้และอาจจะดำเนินต่อเนื่องไปในอนาคต

Tags: , , , , , , ,

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://themomentum.co/report-imf-europe-policy-challenges/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3MwPsKYqOHMO0XAytxBRM2