• Wed. Oct 14th, 2026

ธนาคารโลก หนุนปลดล็อกทุนเอกชน หวังดันเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่เติบโตยั่งยืน | เดลินิวส์

ธนาคารโลก-หนุนปลดล็อกทุนเอกชน-หวังดันเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่เติบโตยั่งยืน-|-เดลินิวส์ธนาคารโลก หนุนปลดล็อกทุนเอกชน หวังดันเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่เติบโตยั่งยืน | เดลินิวส์

กลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) เร่งปรับรูปแบบการทำงาน ชูยุทธศาสตร์การดึงดูดทุนภาคเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาความท้าทายระดับโลก โดยเฉพาะการสร้างตำแหน่งงานรองรับคนรุ่นใหม่กว่า 1,200 ล้านคนที่จะก้าวสู่วัยแรงงาน พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการเงินและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมและกระจายความเจริญสู่ภาคธุรกิจทุกระดับ

นายอาเจย์ บังกา (Ajay Banga) ประธานกลุ่มธนาคารโลก เปิดเผยว่า เป้าหมายสำคัญที่สุดของธนาคารโลกในปัจจุบันคือ “การสร้างงาน” เนื่องจากในอนาคตอันใกล้จะมีเยาวชนอายุถึง 18 ปี ก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานสูงถึง 1.2 พันล้านคน หากไม่สามารถสร้างโอกาสและโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่รองรับคนกลุ่มนี้ได้ จะส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ขาดเสถียรภาพ และสร้างปัญหาสังคมในระยะยาว

เพื่อรับมือกับความท้าทายนี้ ธนาคารโลกมองว่าลำพังเพียงงบประมาณภาครัฐหรือธนาคารเพื่อการพัฒนาพหุภาคี (MDBs) นั้นไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องระดมทุนจาก ภาคเอกชน นักลงทุนสถาบัน และกองทุนบำเหน็จบำนาญ ซึ่งมีสภาพคล่องมหาศาลหลักล้านล้านดอลลาร์ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

การเปลี่ยน “ความต้องการลงทุน” ให้กลายเป็นการ “ลงมือลงทุนจริง” จำเป็นต้องขจัดอุปสรรคหลักของภาคเอกชน โดยธนาคารโลกเน้นขับเคลื่อนใน 3 ด้านหลัก ได้แก่

1.สร้างกฎระเบียบที่คาดการณ์ได้ (Predictable Regulations): ปรับปรุงกฎหมายและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจให้มีความโปร่งใส เอื้อต่อการทำธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน

2.แพลตฟอร์มค้ำประกันเครดิต (Guarantee Platform): ใช้เครื่องมือค้ำประกันความเสี่ยงเพื่อดึงดูดนักลงทุนสถาบัน โดยมีตัวอย่างความสำเร็จในแอฟริกาใต้ ที่สามารถปลดล็อกการลงทุนกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในระบบไฟฟ้า น้ำประปา การศึกษา และสาธารณสุข ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเม็ดเงินสนับสนุน 1.12 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐจากธนาคารโลก

3.บริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (Local Currency Hedging): สนับสนุนการใช้สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ในการระดมทุนและการดำเนินโครงการ โดยปัจจุบันการเงินในประเทศของหลายโครงการใช้สกุลเงินท้องถิ่นคิดเป็น 36-37% พร้อมจัดทำเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (Hedging) เพื่อลดความผันผวนของค่าเงิน เช่น โครงการพลังงานไฟฟ้าในอินโดนีเซีย

นายอาเจย์ เน้นย้ำว่า เป้าหมายถัดไปที่ยังต้องเร่งดำเนินการคือ การกระจายประโยชน์สู่ผู้ประกอบการรายย่อยและขนาดย่อม (MSMEs) เพื่อให้กลุ่มรากหญ้าเติบโตไปพร้อมกับโครงการขนาดใหญ่

นางสาวชริติ วาเดรา (Shriti Vadera) ประธานร่วมของ Private Sector Investment Lab กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา ธนาคารโลกได้เปลี่ยนผ่านจากการวัดผลความสำเร็จที่ “ยอดปล่อยกู้” ไปสู่ “ผลลัพธ์ที่ประเทศได้รับจริงและการสร้างงาน”

ภารกิจสำคัญของ Lab คือการสร้าง “สินทรัพย์ประเภทใหม่ (Asset Class)” สำหรับตลาดเกิดใหม่ เพื่อให้มีสภาพคล่องและมีความยืดหยุ่นในการซื้อขาย โดยมีกรอบการทำงาน 5 ข้อหลัก ได้แก่

1.ขยายแพลตฟอร์มการค้ำประกัน: ลดระยะเวลารอคอยและสร้างกระบวนการมาตรฐานที่ชัดเจน

2.กำหนดมาตรฐานตราสารหนี้/พันธบัตร: สร้างความเข้าใจในตลาดเกี่ยวกับหน้าที่ของตราสารหนี้ ไม่ใช่ดูแค่ความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk)

3.เร่งสร้างสเกลความร่วมมือ: ทำงานร่วมกับ MDBs อื่นๆ และภาคเอกชนทั่วโลก เพื่อขยายวงเงินลงทุนเป็นระดับแสนล้านดอลลาร์ภายใน 5–8 ปีข้างหน้า

4.ใช้เงินกู้ภาครัฐเป็นตัวเร่ง (Catalytic Capital): ใช้เงินดอลลาร์จากภาครัฐจำนวนน้อย เพื่ออุดช่องว่างและดึงดูดเงินทุนหลักพันล้านดอลลาร์จากภาคเอกชน

5.ผลักดันวาระผ่าน G20: สร้างแพลตฟอร์มพหุภาคีเพื่อการระดมทุนที่มีประสิทธิภาพร่วมกัน

นางเชมารา วิครามานายาเก (Shemara Wikramanayake) กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Macquarie Group กล่าวว่า การปรับโครงสร้างเป็น “One World Bank” ช่วยให้ภาคเอกชนสามารถทำงานร่วมกับธนาคารโลกได้อย่างเป็นเอกภาพมากขึ้น

การประสานพลังระหว่างผู้บริหารระดับสูงของธนาคารโลกและภาคเอกชน ทำให้เกิดโครงการที่จับต้องได้จริง เช่น โครงการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การจับคู่ยกระดับทุนและลดอุปสรรคทางกฎหมาย เพื่อขยายการลงทุนในตราสารทุนและโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระดับใหญ่ อาทิ โครงการท่าอากาศยานในแคนาดา และโครงการพลังงานสะอาดในภูมิภาคต่างๆ

การทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ สถาบันการเงินพหุภาคี และภาคเอกชนในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะช่วยสร้างสมดุลระหว่าง “ความเสี่ยงและผลตอบแทน” พร้อมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจโลกให้เติบโตอย่างทั่วถึงและยั่งยืน

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6273505/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2m-LeitZcJBapEqDRycg9i