สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO เตรียมจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน (Market Sounding) ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 นี้ ณ โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ เพื่อเป็นเวทีรับฟังข้อเสนอแนะ และทดสอบความสนใจของนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ ต่อแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคส่วนกลาง ภายใต้โครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ EECiti
รวมทั้งเชิญชวนให้เอกชนลงทุนในรูปแบบการลงทุนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ในระยะต่อไป ซึ่งโครงการฯ มีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 72,042 ล้านบาท
EECiti เมืองต้นแบบเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ ระดับโลก รองรับประชากร 350,000 คน
EECiti ตั้งอยู่ในอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี บนพื้นที่ประมาณ 15,000 ไร่ (24 ตารางกิโลเมตร) ห่างจากสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาเพียง 15 กิโลเมตร และห่างจากเมืองพัทยาประมาณ 20 กิโลเมตร รองรับประชากรได้ถึง 350,000 คน ในอนาคต
ทำให้เป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงระบบขนส่งทางอากาศ ทางราง และทางถนนของ EEC ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลกำหนดให้ EECiti เป็นศูนย์กลางของ ธุรกิจระดับนานาชาติ ศูนย์กลางการเงิน นวัตกรรม เทคโนโลยีสีเขียว การวิจัยและพัฒนา การใช้ชีวิตคุณภาพสูง ด้วยมูลค่าการพัฒนารวมประมาณ 1.34 ล้านล้านบาท (40 Billion USD) และคาดว่าจะสร้างงานใหม่กว่า 200,000 ตำแหน่ง สะท้อนว่าโครงการนี้ถูกออกแบบให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจแห่งใหม่ของประเทศ ไม่ใช่เพียงโครงการพัฒนาเมืองทั่วไป
แนวคิดจะเน้นเรื่อง Live Work Play ถูกออกแบบตั้งแต่ระดับผังเมือง หัวใจสำคัญของ EECiti คือแนวคิด “เมืองที่คนสามารถอยู่อาศัย ทำงาน และใช้ชีวิตได้ครบในพื้นที่เดียว” แตกต่างจากเมืองอุตสาหกรรมแบบเดิมที่แยกพื้นที่ทำงานออกจากพื้นที่อยู่อาศัย
ผังเมืองของ EECiti ใช้แนวคิด Mixed-use Urban Development เชื่อมโยงพื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่สำนักงาน ศูนย์การค้า สถานศึกษา โรงพยาบาล และพื้นที่พักผ่อนเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้การเดินทางในชีวิตประจำวันสั้นลง ลดการใช้รถยนต์ และเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน
EECiti เมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ จะแบ่งออกเป็น 8 เขตเศรษฐกิจสำคัญ ดังนี้
จุดเด่นของ EECiti คือการกำหนด “Specialized District” หรือเขตเศรษฐกิจเฉพาะด้าน ซึ่งแต่ละพื้นที่มีบทบาทแตกต่างกันและเชื่อมโยงกันเป็นระบบนิเวศเดียว
1. CBD & Regional Headquarters
เป็นศูนย์กลางธุรกิจและสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาค รองรับ บริษัทข้ามชาติ ศูนย์ธุรกิจระหว่างประเทศ (IBC) ธนาคาร สถาบันการเงิน และ FinTech พื้นที่นี้จะทำหน้าที่เป็น “Downtown” ของ EEC
2.BCG & High-tech Green Manufacturing พื้นที่สำหรับเศรษฐกิจสีเขียว รองรับ
- Clean Energy
- Hydrogen Economy
- Eco-friendly Manufacturing
- Digital Data Center
- Circular Economy
- Upcycling
- Waste Recycling
สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมดั้งเดิมสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
3.Future & Precision Medicine พัฒนาเป็น Medical Hub แห่งใหม่ ประกอบด้วย
- Health Technology
- Precision Medicine
- Medical Research
- Advanced Healthcare
- Medical Innovation
เปลี่ยนบทบาทของโรงพยาบาลจากผู้ให้บริการรักษา ไปสู่ฐานการวิจัยและสร้างนวัตกรรมทางการแพทย์
4.Global Education & R&D สร้างศูนย์กลางการศึกษานานาชาติ ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยชั้นนำ สถาบันวิจัย Startup Ecosystem Future Business Research ทำหน้าที่ผลิตบุคลากรทักษะสูงรองรับเศรษฐกิจใหม่
5. World class entertainment and Leisure Hub กิจกรรม Tourism & Leisure Services รองรับการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมความบันเทิง
6. National Sport park
Thailand International Sports Park ช่วยเพิ่มสีสันให้เมือง และดึงดูดนักท่องเที่ยว นักลงทุน และบุคลากรจากทั่วโลก
7. Inclusive Living & Mixed-use
เป็นพื้นที่อยู่อาศัยคุณภาพสูง รองรับประชากรหลากหลายกลุ่ม ทั้งคนไทย ชาวต่างชาติ ผู้บริหาร และผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ
8. Green & Blue Area
EECO กำหนดให้ ไม่น้อยกว่า 30% ของพื้นที่ทั้งหมด เป็นพื้นที่สีเขียวและพื้นที่น้ำ (Green & Blue Space) เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเมืองกับสิ่งแวดล้อม เป้าหมาย คือ การมุ่งสู่ Net Zero Carbon Neutral Biodiversity Climate Resilience เมืองที่ประชาชนเข้าถึงธรรมชาติได้ง่าย แนวทางนี้สอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG และการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้โครงสร้างพื้นฐานถูกออกแบบให้เป็น Smart Infrastructure ทั้งระบบ EECiti ไม่ได้เพียงติดตั้งเทคโนโลยีอัจฉริยะ แต่ผสานโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดให้ทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียว โดยมีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่
- โครงข่ายไฟฟ้าพลังงานสะอาด (Smart Power Grid)
- ระบบผลิตและจัดการน้ำอัจฉริยะ
- ระบบบำบัดและนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่
- ระบบจัดการขยะตามแนวคิด BCG Economy
- โครงข่ายดิจิทัลความเร็วสูง
- ระบบ IoT เชื่อมโยงข้อมูลทั้งเมือง
- ระบบเตือนภัยและบริหารความเสี่ยงแบบเรียลไทม์
- Common Utility Duct ที่รวมสายไฟและท่อสาธารณูปโภคไว้ใต้ดิน เพื่อลดผลกระทบต่อทัศนียภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการบำรุงรักษา
ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ EECO กล่าวว่า การจัด Market Sounding ครั้งนี้ จะเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอข้อมูลความคืบหน้าการพัฒนาโครงการ EECiti ภายใต้แนวคิด Smart & Sustainable “LIVE-WORK-PLAY” City โดยมีเป้าหมายยกระดับพื้นที่ภาคตะวันออกให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระดับโลก และมุ่งพัฒนาเมืองอัจฉริยะต้นแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้เป้าหมาย Net Zero
รวมไปถึงการนำเสนอรายละเอียดเบื้องต้นของแผนการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในโครงการ EECiti รวม 10 ระบบ อาทิ ระบบไฟฟ้าและพลังงานสะอาด ระบบน้ำประปา ระบบบริหารจัดการน้ำ จัดการขยะ พื้นที่สีเขียวและภูมิทัศน์ส่วนกลาง ซึ่ง EECO อยู่ระหว่างศึกษาและเตรียมดำเนินการลงทุนในรูปแบบ PPP มูลค่าการลงทุนประมาณ 72,042 ล้านบาท
ทั้งนี้ภายหลังการจัด Market Sounding ครั้งนี้ EECO จะเตรียมการเปิดคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งคาดว่าในปี 2571 จะสามารถส่งมอบพื้นที่ให้ผู้ร่วมลงทุนแบบ PPP เพื่อเริ่มก่อสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคหลักในช่วงแรกทั้ง 10 ระบบต่อไป
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/real-estate/663783&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2l3Uadc-mU6C9uFb5jy_EF

