
‘แบงก์ชาติ’ จับตาใกล้ชิดหลังสงครามตะวันออกกลางกลับมาปะทุอีกรอบ รับห่วงหากสถานการณ์ยืดเยื้อหวั่นกระทบอัตราเงินเฟ้อ-การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ชี้บาทไทยอ่อนค่า 5-6% ยังไม่น่ากังวล มองเป็นผลดีภาคส่งออก-ท่องเที่ยว
14 ก.ค. 2569 – นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงกรณีความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กลับมาทวีความรุนแรงอีกครั้ง ว่า ธปท. อยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยมองว่าสถานการณ์ดังกล่าวเป็นปัจจัยระยะสั้นที่ยังมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นหากสถานการณ์สามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ในระยะเวลาไม่นาน ก็เชื่อว่าปัจจัยดังกล่าวจะยังไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ทวีความรุนแรงและยืดเยื้อออกไป ยอมรับว่าอาจส่งผลกระทบต่อทั้งอัตราเงินเฟ้อและการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยได้ แต่ในขณะนี้ ธปท. ยังคงติดตามพัฒนาการของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และยังไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนตัวเลขประมาณการทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับกรณีความกังวลเกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มขึ้น 20% อาจจะส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและภาพรวมเศรษฐกิจไทยหรือไม่นั้น ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบ เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งเพิ่งเกิดขึ้นเพียง 2-3 วัน จึงต้องรอให้สถานการณ์มีความชัดเจนมากขึ้นก่อน
“อาจจะยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นกับภาพรวมเศรษฐกิจไทย เพราะทั้ง 2 ฝ่ายเพิ่งกลับมาปะทะ 2-3 วัน รวมถึงเรื่องการจะเก็บค่าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อาจจะต้องรอดูสถานการณ์ให้ชัดเจนก่อนว่าจะสรุปอย่างไร โดย ธปท. ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และยังไม่ได้มีความกังวลอะไรมากนัก โดยธปท.จะติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการยืดเยื้อของสถานการณ์ ซึ่งอาจส่งผ่านมายังราคาพลังงาน อัตราเงินเฟ้อ และแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป” นายวิทัย กล่าว
สำหรับสถานการณ์เงินบาทของไทยนั้น ได้อ่อนค่าลงประมาณ 5-6% โดยเป็นการเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาค ซึ่งบางประเทศมีค่าเงินอ่อนค่ามากกว่าไทย ขณะที่บางประเทศอ่อนค่าน้อยกว่า ทำให้เงินบาทยังอยู่ในระดับกลางเมื่อเทียบกับภูมิภาค จึงยังไม่มีประเด็นที่น่ากังวล อย่างไรก็ดี มองว่าปัจจัยเรื่องการอ่อนค่าของเงินบาทในขณะนี้นั้น จะเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของภาคการส่งออก รวมถึงเป็นผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวของไทยด้วย
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/1032191/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0kCXsxHe48SFRRvMRN14BK


