อัพเดทชายแดนใต้ 2569 พลิกโฉมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสู่พื้นที่แห่งโอกาส การพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดนใต้ ถือเป็น “แสงสว่าง” และความหวังสำคัญในการเปลี่ยนผ่านพื้นที่จากภาพจำของความขัดแย้ง ไปสู่ “พื้นที่แห่งโอกาส” โดยมีศักยภาพทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม และทำเลที่ตั้งที่เชื่อมต่อกับคาบสมุทรมลายู
14/07/2569 | 2 |
อัพเดทชายแดนใต้ 2569 พลิกโฉมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสู่พื้นที่แห่งโอกาส
การพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดนใต้ ถือเป็น “แสงสว่าง” และความหวังสำคัญในการเปลี่ยนผ่านพื้นที่จากภาพจำของความขัดแย้ง ไปสู่ “พื้นที่แห่งโอกาส” โดยมีศักยภาพทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม และทำเลที่ตั้งที่เชื่อมต่อกับคาบสมุทรมลายู
นี่คือภาพรวมของทิศทางและจุดเด่นด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่กำลังขับเคลื่อนชายแดนใต้
1. การท่องเที่ยว: เปิดมุมมองใหม่สู่มนต์เสน่ห์พหุวัฒนธรรม
การท่องเที่ยวชายแดนใต้เติบโตขึ้นมากจากการทำตลาด “เมืองรอง” และกระแสความสนใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซียที่เดินทางข้ามแดนมาอย่างคึกคัก โดยแต่ละจังหวัดมีจุดขายที่ชัดเจนและแตกต่างกัน จุดเด่นด้านการท่องเที่ยว แลนด์มาร์กสำคัญ
ยะลา ธรรมชาติ, ทะเลหมอก, อาหาร สกายวอล์คทะเลหมอกอัยเยอร์เวง, ตัวเมืองเบตง (สตรีทอาร์ต/ไก่เบตง), ป่าฮาลา-บาลา
ปัตตานี ประวัติศาสตร์, สถาปัตยกรรม, ศรัทธา ย่านเมืองเก่ากือดาจีนอ, มัสยิดกลางปัตตานี, ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว, สกายวอล์คปัตตานี
นราธิวาส เชิงนิเวศ (Eco-tourism), การค้าชายแดน ป่าพรุโต๊ะแดง, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา (แอมะซอนแห่งอาเซียน), ด่านสุไหงโก-ลก
ปรากฏการณ์ “เบตง” (Betong Effect): อำเภอเบตง จังหวัดยะลา กลายเป็นโมเดลความสำเร็จของการท่องเที่ยวชายแดนใต้ ด้วยสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดปี ธรรมชาติที่สมบูรณ์ และความพร้อมด้านการเดินทาง ทำให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มหาศาล ทั้งยังส่งผลบวกให้เมืองทางผ่านอย่างปัตตานีได้รับอานิสงส์ไปด้วย
การท่องเที่ยวชุมชนและซอฟต์พาวเวอร์: มีการชูจุดเด่นเรื่อง “อาหาร” (Gastronomy Tourism) เช่น ชาชัก โรตี ข้าวยำ นาซิดาแง และงานคราฟต์ท้องถิ่นอย่าง “ผ้าบาติก” ที่ถูกยกระดับดีไซน์ให้ร่วมสมัยสู่แฟชั่นระดับประเทศ
2. เศรษฐกิจ: ระเบียงเศรษฐกิจฮาลาลและการค้าชายแดน
ในมิติของเศรษฐกิจ รัฐบาลและภาคเอกชนพยายามผลักดันให้ชายแดนใต้เป็นประตูการค้า (Gateway) สำคัญที่เชื่อมไทยเข้ากับตลาดอาเซียนตอนล่างและโลกมุสลิม
ระเบียงเศรษฐกิจฮาลาล (Halal Economic Corridor):
นี่คือเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุด พื้นที่นี้มีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารฮาลาล เครื่องสำอาง และสินค้าแฟชั่นมุสลิม (Modest Fashion) เพื่อส่งออกไปยังตลาดมาเลเซีย อินโดนีเซีย และตะวันออกกลาง โดยอาศัยความน่าเชื่อถือของมาตรฐานฮาลาลไทยและความได้เปรียบทางวัฒนธรรมของคนในพื้นที่
การค้าชายแดนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน:
ด่านศุลกากรสำคัญอย่าง ด่านสะเดา (สงขลา), ด่านสุไหงโก-ลก (นราธิวาส) และด่านเบตง (ยะลา) มีการยกระดับเพื่อรองรับการขนส่งสินค้าและการข้ามแดนที่สะดวกขึ้น นอกจากนี้ ยังมีโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลกแห่งใหม่ เพื่อเชื่อมการค้าระหว่างนราธิวาสกับรัฐกลันตันของมาเลเซียให้ไร้รอยต่อ
สินค้าเกษตรมูลค่าสูง:
ทุเรียนชายแดนใต้” (เช่น ทุเรียนจากบันนังสตา จังหวัดยะลา) กลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้มหาศาลให้เกษตรกรในพื้นที่ โดยมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการคุณภาพและส่งออกไปยังประเทศจีนโดยตรง รวมถึงการแปรรูปไม้ยางพาราและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง
กุญแจสำคัญ: การเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเหล่านี้ จะพุ่งทะยานได้อย่างเต็มศักยภาพที่สุด ก็ต่อเมื่อ “สถานการณ์ความมั่นคง” ในพื้นที่เอื้ออำนวยและนโยบายจากภาครัฐมีความต่อเนื่อง ไม่หยุดชะงัก
รูปภาพ
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/521854&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2QJgiNkGg-6ii8rMHrApBU

