‘แบงก์ชาติ’ ยันเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังยังฉลุย อานิสงส์มาตรการรัฐ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ – ฤดูกาลท่องเที่ยวช่วยหนุนเต็มสูบ พร้อมจับตาสหรัฐฯ เตรียมประกาศมาตรการภาษีรอบใหม่ พุ่งเป้าประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน ชี้บาทไทยแข็งค่าจากปัจจัยนอกประเทศเป็นหลัก
10 ส.ค. 2569- นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เตรียมจะประกาศตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยไตรมาส 2/2569 ในวันที่ 17 ส.ค.นั้น เชื่อว่าจะทำให้เห็นความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางการคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ใหม่ ซึ่งจะได้นำไปประกอบเป็นข้อมูลสำหรับการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในรอบวันที่ 26 ส.ค.นี้ ว่าจะต้องมีการทบทวนประมาณการเศรษฐกิจไทยในปีนี้หรือไม่และอย่างไร จากปัจจุบันที่ กนง.ประเมินว่าตัวเลขเศรษฐกิจไทยในปีนี้ จะขยายตัวได้ 2.3% พร้อมมองว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลัง ยังคงมีปัจจัยสนับสนุนอยู่
โดยในไตรมาส 3 ปี 2569 ยังมีอานิสงส์ของมาตรการรัฐ อย่างไทยช่วยไทย พลัส ขณะที่ไตรมาส 4 นั้น ภาคการท่องเที่ยวน่าจะฟื้นตัวได้ดีขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวเป็นสำคัญ ซึ่งยอมรับว่ามีทั้งปัจจัยบวก ปัจจัยลบ และปัจจัยที่ต้องติดตาม ซึ่ง ธปท. จะนำปัจจัยทั้งหมดมาพิจารณา
“ธปท. อยู่ระหว่างการทบทวนตัวเลขเศรษฐกิจใหม่ โดยตัวเลขเก่าที่ ธปท. มีนั้นเป็นตัวเลขที่เกิดขึ้นก่อนสถานการณ์หลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้นตอนนี้ ซึ่งมีทั้งปัจจัยบวก ปัจจัยลบ และปัจจัยที่ต้องติดตาม จะต้องนำปัจจัยทั้งหมดมาพิจารณาอย่างรอบคอบ” นางสาวชญาวดี กล่าว
สำหรับประเด็นเรื่องมาตรการภาษีสหรัฐฯ ตามมาตรา 301 ประเด็นแรงงานบังคับ (Forced Labor) ซึ่งไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ถูกจัดเก็บภาษีเพิ่มในอัตรา 12.5% ร่วมกับเวียดนาม จีน สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์นั้น มองว่า อาจจะยังไม่ได้มีผลกระทบมากนัก เมื่อเทียบกับบางส่วนที่ได้อัตราภาษี 10% ซึ่งมองว่าอัตราไม่แตกต่างกับไทยมากนัก และอัตรา 12.5% ก็ยังต่ำกว่าอัตรา 19% ที่เคยได้ แต่ยังต้องจับตาประเด็นเรื่องกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง (Structural Excess Capacity) ที่สหรัฐฯ เตรียมจะประกาศภายในเดือน ส.ค. นี้ ว่าไทยจะโดนเก็บภาษีเพิ่มอีกหรือไม่ เท่าไหร่ อย่างไร เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน
ทั้งนี้ ในส่วนของทิศทางอัตราเงินเฟ้อในปี 2569 นั้น มองว่าตัวเลขอาจจะต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 2.8% เล็กน้อย โดยขณะนี้หลายฝ่ายเริ่มกังวลและมองว่าสถานการณ์ในขณะนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องของอัตราเงินเฟ้อแล้ว แต่อาจเป็นเรื่องของ Supply มากกว่า จึงถือเป็นประเด็นที่ต้องระมัดระวังและจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพราะยังไม่รู้ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร
อย่างไรก็ดี สำหรับแนวโน้มเงินบาทที่แข็งค่าในขณะนี้ หลัก ๆ ยังเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกประเทศมากกว่า โดยเฉพาะสถานการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง ส่งผลให้อัตราแลกเปลี่ยนมีการปรับขึ้น-ลงอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนนี้ ธปท. ได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดูแลไม่ให้อัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนหรือวิ่งเร็วมากเกินไป เพื่อให้คนปรับตัวได้.
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/1047688/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw36jMdqnt2wy_-BGsMu0uG7

