• Thu. Oct 1st, 2026

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมพิธีเปิดและร่วมเสวนาในหัวข้อ “ประเทศไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม : เปลี่ยนอย่างไรให้ไปต่อ” ในวันที่ 30 กันยายน 2569 ณ ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม ,อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี

นางศุภจี-สุธรรมพันธุ์-รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์-เข้าร่วมพิธีเปิดและร่วมเสวนาในหัวข้อ-“ประเทศไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม-:-เปลี่ยนอย่างไรให้ไปต่อ”-ในวันที่-30-กันยายน-2569-ณ-ห้องแกรนด์ไดมอนด์-บอลรูม-,อิมแพ็ค-ฟอรั่ม-เมืองทองธานีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมพิธีเปิดและร่วมเสวนาในหัวข้อ “ประเทศไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม : เปลี่ยนอย่างไรให้ไปต่อ” ในวันที่ 30 กันยายน 2569 ณ ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม ,อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมพิธีเปิดและร่วมเสวนาในหัวข้อ “ประเทศไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม : เปลี่ยนอย่างไรให้ไปต่อ” ในวันที่ 30 กันยายน 2569 ณ ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม ,อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี


watermark

          นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แสดงวิสัยทัศน์การวางตำแหน่งประเทศไทยในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลโดยตรงต่อภูมิเศรษฐศาสตร์และทิศทางการค้าโลก โดยมองว่าในวันที่โลกแบ่งขั้วและแต่ละประเทศกำลังหาจุดยืนใหม่ในห่วงโซ่อุปทาน ไทยต้องสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่สมดุลกับทุกขั้ว พร้อมยกระดับบทบาทไทยสู่การเป็น “คู่ค้าที่โลกไว้วางใจ” หรือ Trusted Partner เพื่อสร้างโอกาสใหม่และการเติบโตอย่างยั่งยืน ในการเสวนาพิเศษ “ประเทศไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม เปลี่ยนอย่างไรให้ไปต่อ” ซึ่งจัดในการประชุมประจำปี 2569 ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ภายใต้หัวข้อ “แผน 14 เปลี่ยนให้ไปไกลกว่าเดิม Thailand Next Agenda”
           รองนายกรัฐมนตรีฯ กล่าวว่า ท่ามกลางโลกที่กำลังจัดระเบียบใหม่ ประเทศไทยจำเป็นต้องวางยุทธศาสตร์การค้าและการตลาดบน 3 แนวทางสำคัญ คือ สร้างสมดุลใหม่ หาโอกาสเพื่อการเติบโต และกระจายตัว โดยไทยต้องรักษาความสัมพันธ์และประโยชน์ทางการค้ากับตลาดสำคัญที่มีความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจสูง ขณะเดียวกันต้องสร้างสมดุลกับประเทศที่ไทยมีความสัมพันธ์ทางการค้าในลักษณะต่างกัน และเร่งขยายตลาดใหม่เพื่อเพิ่มทางเลือกและลดการกระจุกตัวของตลาด
          “เราต้องเป็น Trusted Partner ของประเทศต่าง ๆ เพราะในช่วงที่ทุกประเทศกำลังหาจุดยืนใหม่ในห่วงโซ่อุปทานโลก ไทยต้องทำให้ทุกฝ่ายเห็นว่าเราสามารถเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่สร้างประโยชน์ร่วมกันได้” รองนายกรัฐมนตรีฯ กล่าว
          สำหรับตลาดสำคัญที่ไทยมีดุลการค้าสูง เช่น สหรัฐอเมริกาและอินเดีย ไทยยังต้องรักษาและต่อยอดความสัมพันธ์ทางการค้า ขณะเดียวกัน ในตลาดที่ไทยมีการขาดดุลการค้าอย่างจีน จำเป็นต้องสร้างสมดุลใหม่ โดยใช้ความสัมพันธ์ทางการค้าเป็นโอกาสในการดึงการลงทุนและเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานในประเทศ ขณะเดียวกันต้องเร่งขยายตลาดใหม่ เช่น สหภาพยุโรปและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและสร้างความสมดุลให้กับโครงสร้างการค้าของไทย
          หัวใจสำคัญของการสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในโลกยุคใหม่ คือการเปลี่ยนจากการมองความสัมพันธ์ทางการค้าเพียงด้านการซื้อขาย ไปสู่การเป็น Global Supply Chain Partners ที่ร่วมกันสร้างคุณค่าและผลประโยชน์ร่วมกัน หรือ Co-creation และ Mutual Benefit เพื่อให้ไทยสามารถเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานของประเทศต่าง ๆ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในระยะยาว
          ก่อนปิดการเสวนา รองนายกรัฐมนตรีฯ กล่าวถึงความจำเป็นที่ต้องพลิกโครงสร้างเศรษฐกิจฐานราก เพราะเศรษฐกิจไทยวันนี้ยังไม่สมดุล โดยภาคเกษตรมีแรงงานสัดส่วนถึงร้อยละ 30 แต่สร้าง GDP ได้เพียงร้อยละ 8–9 จึงต้องยกระดับประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคเกษตร
          ขณะที่ SMEs มีแรงงานสูงถึงร้อยละ 70–72 แต่สร้าง GDP ได้เพียงร้อยละ 34–35 จึงต้องเสริมความแข็งแกร่งให้คนตัวเล็ก “เริ่มต้นง่าย เติบโตมั่นคง” และก้าวขึ้นเป็นแชมเปี้ยนระดับภูมิภาค (Regional Champion) ผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ ทักษะและเครื่องมือ (Skills & Tools) การเข้าถึงแหล่งทุน และการเข้าถึงตลาด (Access to Markets)
          เป้าหมายสำคัญคือการสร้าง “สมดุล การเติบโต และการกระจายรายได้” เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจกระจายโอกาสไปยังภาคเกษตร SMEs และคนตัวเล็กอย่างทั่วถึง และนำไปสู่การเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างสมดุลและยั่งยืน
          รองนายกรัฐมนตรีฯ กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการเพิ่มมูลค่าการค้า แต่คือการสร้างโครงสร้างเศรษฐกิจที่มีความสมดุลมากขึ้น ทั้งด้านตลาด ห่วงโซ่อุปทาน และการกระจายโอกาสไปยังผู้ประกอบการและภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเปลี่ยนความท้าทายจากโลกที่ไม่เหมือนเดิมให้เป็นโอกาส และเติบโตได้อย่างมั่นคงในโลกหลายขั้ว

 


image รูปภาพ


Line Line


———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.moc.go.th/th/content/category/detail/id/4/iid/10565&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1L7XkgvLRVS0lis4zhZPIL