เศรษฐกิจอังกฤษไตรมาส 1 สดใส โต 0.6% แต่หวั่น ‘เงาสงคราม-วิกฤตการเมือง’ ทุบซ้ำ จับตาศรัทธา ‘เคียร์ สตาร์เมอร์’ สู่แรงกดดัน BoE ปรับทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น ดันบอนด์ยีลด์พุ่งแตะ 5%
เศรษฐกิจอังกฤษไตรมาส 1 สดใส โต 0.6% แต่หวั่น ‘เงาสงคราม-วิกฤตการเมือง’ ทุบซ้ำ จับตาศรัทธา ‘เคียร์ สตาร์เมอร์’ สู่แรงกดดัน BoE ปรับทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น ดันบอนด์ยีลด์พุ่งแตะ 5%
สำนักงานสถิติแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (ONS) เปิดเผยตัวเลขเบื้องต้นระบุว่า เศรษฐกิจอังกฤษในไตรมาสแรกของปี ขยายตัวอยู่ที่ 0.6% ซึ่งตัวเลขนี้ถือว่าตรงตามที่เหล่านักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ และเป็นการเติบโตต่อเนื่องหลังจากที่ไตรมาสก่อนหน้าที่มีการปรับปรุงตัวเลขการเติบโตขึ้นมาอยู่ที่ 0.2%
ลิซ แมคคีโอว์น ผู้อำนวยการฝ่ายสถิติเศรษฐกิจของ ONS ระบุว่า แรงหนุนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้นมาจากการเติบโตในวงกว้างของ “ภาคบริการ” ขณะที่ภาคการผลิตมีการเติบโตขึ้นเล็กน้อย ส่วนภาคการก่อสร้างเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้บ้างแต่ยังคงไม่เต็มที่นัก
เงาสงคราม ดัน BoE ขึ้นดอกเบี้ย
แม้ภาพรวมไตรมาสแรกจะออกมาดูดี โดยเฉพาะในเดือนมี.ค.ที่เติบโตถึง 0.3% แต่กูรูเศรษฐกิจกังวลว่า “สงครามระหว่างอิหร่านและสหรัฐ” จะกลายเป็นปัจจัยลบสำคัญต่อเศรษฐกิจในอนาคต เนื่องจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
สหราชอาณาจักรเริ่มได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่แพงขึ้นตามราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากภาวะสงคราม
ด้านธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ประเมินว่าผลกระทบจะรุนแรงแค่ไหนขึ้นอยู่กับระยะเวลาของสงคราม และคาดการณ์ว่าอาจจำเป็นต้อง “ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย” ภายในปีนี้เพื่อควบคุมสถานการณ์
นอกจากปัญหาเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ ยังต้องเผชิญกับวิกฤติการเมืองอย่างหนัก หลังพรรคแรงงานพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งท้องถิ่น จนมีเสียงเรียกร้องให้เขาลาออก โดย
ขณะนี้มี ส.ส. ในพรรคตัวเองกว่า 90 คนที่ต้องการเปลี่ยนตัวผู้นำ แม้ว่าตัวนายกจะยืนยันว่าจะทำหน้าที่ต่อไปก็ตาม
ความไม่แน่นอนทางการเมืองทำให้นักลงทุนในตลาดพันธบัตรเกิดความกังวลว่า หากมีการเปลี่ยนตัวผู้นำอาจได้นายกที่มีนโยบายเอียงซ้ายจัดและผ่อนคลายวินัยการเงินเกินไป ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของอังกฤษดีดตัวสูงขึ้น โดยบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปี ทะยานไปแตะระดับมากกว่า 5% แล้ว
ทางด้าน ราเชล รีฟส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาย้ำความเชื่อมั่นว่าตัวเลขการเติบโตล่าสุดคือข้อพิสูจน์ว่าแผนเศรษฐกิจของรัฐบาลมาถูกทางแล้ว พร้อมเตือนว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเปลี่ยนผ่านจนทำให้เสถียรภาพสั่นคลอน เพราะจะยิ่งทำให้ภาคธุรกิจและประชาชนเดือดร้อนหนักกว่าเดิม
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1233959&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Bqw0Jnp52JtruFlf42CC_

