สี จิ้นผิง เรียกร้องให้จีนและสหรัฐฯ เป็น “หุ้นส่วน ไม่ใช่คู่แข่ง” ขณะที่การเจรจาครั้งสำคัญกับทรัมป์เริ่มต้นขึ้น
ที่มาของภาพ, Reuters
Published
เวลาอ่าน: 8 นาที
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน จับมือกันบนพรมแดง ก่อนเข้าร่วมพิธีต้อนรับที่มหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งถือเป็นภารกิจอย่างเป็นทางการภารกิจแรกของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการเยือนจีน
สองผู้นำมหาอำนาจเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลกร่วมเดินบนพรมแดง ตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ
นี่ถือเป็นการเยือนจีนครั้งแรกทรัมป์ในรอบเกือบ 10 ปี นับตั้งแต่การเยือนครั้งก่อนของเขาขณะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรกเมื่อปี 2017
ทรัมป์จะหารือกับประธานาธิบดีจีนเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเดิมกำหนดไว้ในเดือน มี.ค. แต่ถูกเลื่อนออกไปหลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน
ที่มาของภาพ, Reuters
ที่มาของภาพ, Reuters
จะเกิดอะไรขึ้นระหว่างการเดินทาง ?
ทรัมป์เดินทางถึงปักกิ่งด้วยเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันเมื่อเย็นวันพุธตามเวลาท้องถิ่น (13 พ.ค.) ก่อนที่การเยือนอย่างเป็นทางการจะเริ่มต้นในวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) โดยมีรองประธานาธิบดีหาน เจิ้ง ของจีนไปรอให้การต้อนรับ ซึ่งถูกตีความว่าเป็นการแสดงความเคารพต่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากมุมมองของปักกิ่ง โดยในปี 2017 พวกเขาส่งผู้นำระดับล่างกว่าคือ หยาง เจียฉี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ ไปต้อนรับทรัมป์
จากนั้นประธานาธิบดีสหรัฐฯ เข้าร่วมพิธีต้อนรับที่มหาศาลาประชาชน ในเวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลา 09.00 น. ของไทย)
ก่อนที่ผู้นำสหรัฐฯ และจีนจะหารือทวิภาคีกัน ณ มหาศาลาประชาชน ทั้งนี้สถานีโทรทัศน์กลางของจีน หรือซีซีทีวี (CCTV) ได้เปิดเผยรายชื่อบุคคลสำคัญของฝ่ายสหรัฐฯ ที่เข้าร่วมในระหว่างการหารือทวิภาคี ได้แก่ มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ, พีธ เฮกเซธ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม, สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, เจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อของฝ่ายจีน
วงหารือทวิภาคีระหว่าง 2 ผู้นำสิ้นสุดลงในเวลาราว 2 ชม. ซึ่งนานกว่าระยะเวลาที่กำหนดเอาไว้เดิมถึง 2 เท่า
หลังจากนั้น ทรัมป์จะเดินทางไปชมหอบูชาฟ้าเทียนถาน (Temple of Heaven) โบราณสถานเก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก
“สถานที่เยี่ยมมาก เหลือเชื่อจริง ๆ” ทรัมป์กล่าวกับ สี จิ้นผิง ขณะที่ทั้งคู่กำลังถ่ายภาพร่วมกันที่วัดเทียนถาน
ที่มาของภาพ, Reuters
ค่ำวันนี้ ผู้นำสหรัฐฯ จะเข้าร่วมพิธีเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการเพื่อเป็นเกียรติ
ส่วนในวันศุกร์ (15 พ.ค.) ทรัมป์จะเดินทางเยือนจงหนานไห่ สถานที่พักอาศัยและที่ทำงานอันหรูหราของคณะผู้นำจีน แล้วร่วมจิบชาและรับประทานอาหารกลางวันพร้อมหารือกับประธานาธิบดีสีอีกครั้ง
จากนั้น ทรัมป์จะเดินทางไปยังสนามบินเพื่อเข้าร่วมพิธีส่งตัวกลับก่อนเดินทางกลับสหรัฐฯ
สี จิ้นผิง เรียกร้องให้ทรัมป์ “ร่วมกันสร้างอนาคตที่สดใสกว่าเดิม”
ที่มาของภาพ, Reuters
ในคำกล่าวเปิดการหารือทวิภาคี ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวว่า “ทั่วโลกกำลังจับตามองการประชุมของเรา ในขณะนี้การเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบศตวรรษกำลังรุดหน้าอย่างรวดเร็วทั่วโลก และสถานการณ์ระหว่างประเทศมีความผันผวนและปั่นป่วน”
“โลกมาถึงทางแยกใหม่แล้ว จีนและสหรัฐฯ จะสามารถก้าวข้ามกับดักของธูซิดิส (Thucydides trap) และสร้างแบบแผนความสัมพันธ์ใหม่ได้หรือไม่ เราจะสามารถเผชิญกับความท้าทายระดับโลกด้วยกันและสร้างเสถียรภาพให้กับโลกได้มากขึ้นหรือไม่ เพื่อผลประโยชน์ของโลก เพื่อประชาชนทั้งสองประเทศ และเพื่ออนาคตของมนุษยชาติ เราจะสามารถสร้างอนาคตที่สดใสกว่าสำหรับความสัมพันธ์ทวิภาคีของเราได้หรือไม่”
“นี่คือคำถามที่สำคัญยิ่งต่อประวัติศาสตร์ ต่อโลก และต่อผู้คน เป็นคำถามแห่งยุคสมัยที่เราและคุณในฐานะผู้นำของประเทศมหาอำนาจจำเป็นต้องหาคำตอบ”
นอกจากนี้ สี จิ้นผิง ยังแสดงความยินดีกับทรัมป์และสหรัฐฯ ในโอกาสครบรอบ 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพด้วย
“ผมเชื่อเสมอว่าสองประเทศของเรามีผลประโยชน์ร่วมกันมากกว่าความแตกต่าง ความสำเร็จในประเทศหนึ่งเป็นโอกาสสำหรับอีกประเทศหนึ่ง และความสัมพันธ์ทวิภาคีที่มั่นคงเป็นสิ่งที่ดีสำหรับโลก” เขากล่าวและว่า “ทั้งจีนและสหรัฐฯ ต่างได้ประโยชน์จากความร่วมมือและเสียประโยชน์จากการเผชิญหน้า”
“เราควรเป็นหุ้นส่วน ไม่ใช่คู่แข่ง เราควรช่วยเหลือซึ่งกันและกันให้ประสบความสำเร็จและเจริญรุ่งเรือง และหาหนทางที่เหมาะสมเพื่อให้ประเทศมหาอำนาจอยู่ร่วมกันอย่างสันติในยุคใหม่” ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าว
ผู้นำจีนกล่าวว่า เขารอคอยที่จะได้หารือกับทรัมป์ และ “ร่วมมือกับท่านในการกำหนดทิศทางและนำพาความสัมพันธ์อันยิ่งใหญ่ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ไปสู่ความสำเร็จ เพื่อให้ปี 2026 เป็นปีแห่งประวัติศาสตร์ที่เปิดฉากบทใหม่”
“เราเข้ากันได้ดี” ทรัมป์กล่าวกับสี
ที่มาของภาพ, Reuters
ด้านทรัมป์กล่าวเปิดว่า เป็น “เกียรติอย่างยิ่ง” ที่ได้พบกับสี จิ้นผิง ในวันนี้
“เราเข้ากันได้ดี เมื่อมีปัญหาขัดแย้งเราก็แก้ไขกันได้ ผมโทรหาคุณและคุณก็โทรหาผม” ทรัมป์กล่าวและว่า “คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าเมื่อใดก็ตามที่เรามีปัญหา เราก็แก้ไขกันได้อย่างรวดเร็ว”
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวอีกว่า “ผมบอกทุกคนเลยว่า คุณเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม”
ทรัมปกล่าวว่า เขาได้นำ “ผู้นำทางธุรกิจที่ดีที่สุดในโลก” ร่วมเดินทางมาในครั้งนี้ “มีแต่บุคคลระดับสูงเท่านั้นที่มาร่วมแสดงความเคารพต่อท่านในวันนี้”
เขากล่าวเสริมว่า บางคนเรียกการประชุมครั้งนี้ว่า “การประชุมสุดยอดครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา” และเขาก็ตั้งตารออย่างมากที่จะได้หารือกัน
เขากล่าวว่า “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้อยู่กับท่าน เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นเพื่อนมิตรกับท่าน” พร้อมเสริมว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะ “ดีขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา”
จับตานักธุรกิจยักษ์ใหญ่ร่วมคณะ
ในการเยือนจีนครั้งนี้ มีคณะผู้บริหารระดับสูงจากธุรกิจขนาดใหญ่และบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ร่วมคณะทรัมป์ด้วย ได้แก่ เจนเซน หวง จากเอ็นวีเดีย (Nvidia) ทิม คุก จากแอปเปิล (Apple), อีลอน มัสก์ จากเทสลา (Tesla) และสเปซเอกซ์ (SpaceX), แลร์รี ฟิงค์ จากแบล็กล็อค (BlackRock) รวมถึงผู้บริหารจากเมตา (Meta), วีซา (Visa), เจพี มอร์แกน (JP Morgan), โบอิง (Boeing), คาร์กิลล์ (Cargil) ฯลฯ
หวงได้ร่วมคณะเป็นคนสุดท้าย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าจับตามอง เนื่องจากชิปปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) ขั้นสูงของเอ็นวิเดียเป็นจุดสนใจหลักของการแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ กับจีน
เขาไม่ได้อยู่ในรายชื่อที่แจ้งไว้แต่แรก แต่ได้รับเชิญเป็นการส่วนตัวจากทรัมป์ และมีคนพบเห็นเขากำลังขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันระหว่างแวะพักที่อะแลสกา
ทั้งอีลอน มัสก์ และเจนเซน หวง ซีอีโอของเอ็นวีเดีย ต่างอยู่ใกล้ชิดกับประธานาธิบดีทรัมป์ตลอดพิธีต้อนรับ
ความหมายเชิงสัญลักษณ์นั้นชัดเจนมาก เพราะสองคนนี้เป็นตัวแทนของประเด็นร้อนแรงที่สุดในความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ได้แก่ เรื่องรถยนต์ไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์ และเซมิคอนดักเตอร์
ทั้ง 2 บริษัทต่างก็มีผลประโยชน์ในประเทศจีนเช่นกัน เทสลาพึ่งพาโรงงานขนาดใหญ่ในเซี่ยงไฮ้และผู้บริโภคชาวจีน ในขณะที่ชิปของเอ็นวีเดียเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันด้านเอไอระดับโลกและเป็นข้อพิพาทที่ทวีความรุนแรงขึ้นเกี่ยวกับการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงไปยังประเทศจีน
ต่อมาสถานีโทรทัศน์ CCTV ของรัฐบาลจีนได้เผยแพร่คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นผู้นำธุรกิจชั้นนำของสหรัฐฯ บางส่วนที่เดินทางมากับทรัมป์ เข้าไปในห้องที่ประธานาธิบดีทั้ง 2 กำลังพบปะกัน
ในขณะที่พวกเขากำลังเดินออกจากสถานที่จัดประชุม บรรดาผู้สื่อข่าวได้สอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว
หวงกล่าวว่า เขาหวังว่าทรัมป์ และสี จิ้นผิง จะสานต่อ “ความสัมพันธ์อันดีเยี่ยม” ของทั้ง 2 ประเทศ เพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ
เขากล่าวเสริมว่า เขาหวังว่าการประชุมครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ
ที่มาของภาพ, Reuters
ที่มาของภาพ, Reuters
ที่มาของภาพ, Reuters
สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับภาษีศุลกากรเป็นอย่างไรบ้าง ?
ปัญหาดังกล่าวคลี่คลายลงบ้างนับตั้งแต่ปี 2025 ซึ่งตลอดช่วงเวลาส่วนใหญ่ จีนและสหรัฐฯ ดูเหมือนจะอยู่ในภาวะใกล้จะเกิดสงครามการค้า
แต่ทั้ง 2 ฝ่ายยังคงมีเรื่องให้พูดคุยกันอีกมาก เนื่องจากยังไม่สามารถหาทางออกที่ถาวรได้
คาดว่าทรัมป์จะผลักดันให้จีนซื้อสินค้าจากอุตสาหกรรมสำคัญของสหรัฐฯ มากขึ้น ซึ่งรวมถึงถั่วเหลืองและชิ้นส่วนเครื่องบิน
ปักกิ่งอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบ โดยมีระดับการส่งออกสูงเป็นประวัติการณ์ แต่ก็ยังต้องการตลาดผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกาอยู่ดี
นอกจากนี้ สี จิ้นผิง จะกดดันสหรัฐฯ ให้ยกเลิกการสอบสวนทางการค้าที่เพิ่งประกาศไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม
“สันติภาพในช่องแคบไต้หวันคือ จุดร่วมที่สำคัญที่สุดระหว่างจีน-สหรัฐฯ”
ไม่นานหลังจากเริ่มการเจรจา สื่อของรัฐบาลจีนได้เผยแพร่ความเห็นของ สี จิ้นผิงที่เตือนถึง “ความขัดแย้ง” ที่อาจเกิดขึ้นกับสหรัฐฯ เกี่ยวกับไต้หวัน
ไต้หวันเป็นหนึ่งในหลายประเด็นที่อ่อนไหวซึ่งอยู่ในวาระการประชุม นอกเหนือจากภาษี การแข่งขันด้านเทคโนโลยี และสงครามกับอิหร่าน
สื่อของรัฐบาลจีนรายงานคำกล่าวของประธานาธิบดีสีว่า “หากจัดการได้ดี ความสัมพันธ์ทวิภาคีโดยทั่วไปก็จะคงความมั่นคง แต่หากจัดการไม่ดี 2 ประเทศอาจปะทะกันหรือถึงขั้นเกิดความขัดแย้ง ซึ่งจะผลักดันความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ไปสู่สถานการณ์ที่อันตรายอย่างยิ่ง”
เขากล่าวเสริมว่า การประกาศเอกราชของไต้หวันนั้น “เข้ากันไม่ได้โดยพื้นฐาน” กับสันติภาพในช่องแคบไต้หวัน และสันติภาพในช่องแคบไต้หวันคือ “จุดร่วมที่สำคัญที่สุดระหว่างจีนและสหรัฐฯ”
เพื่อให้เข้าใจบริบทมากขึ้น: ไต้หวันเป็นเกาะที่ปกครองตนเองซึ่งปักกิ่งอ้างว่าเป็นดินแดนของจีนและไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ที่จะยึดครองโดยใช้กำลัง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปักกิ่งได้เพิ่มการซ้อมรบทางทหาร รวมถึงการจำลองการปิดล้อมรอบเกาะ ซึ่งสร้างความไม่สบายใจให้กับทางการไต้หวันและพันธมิตรของเกาะ ปีที่แล้ว รัฐบาลทรัมป์ประกาศขายอาวุธมูลค่า 11 พันล้านดอลลาร์ให้กับไต้หวัน ซึ่งปักกิ่งประณามในขณะนั้นและเตือนถึงอันตรายก่อนการประชุมในวันนี้
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/cm2pv0n8yrro.amp&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1IueYz4O-c8Ks80FyHya4L

