• Wed. May 20th, 2026

เศรษฐกิจไทยหืดจับ จีดีพีร่วง-รายได้ติดลบ ดัน“ไทยช่วยไทย”กู้วิกฤติ

เศรษฐกิจไทยหืดจับ-จีดีพีร่วง-รายได้ติดลบ-ดัน“ไทยช่วยไทย”กู้วิกฤติเศรษฐกิจไทยหืดจับ จีดีพีร่วง-รายได้ติดลบ ดัน“ไทยช่วยไทย”กู้วิกฤติ
เศรษฐกิจไทยหืดจับ จีดีพีร่วง-รายได้ติดลบ ดัน“ไทยช่วยไทย”กู้วิกฤติ

เศรษฐกิจไทยหืดจับ จีดีพีร่วง-รายได้ติดลบ ดัน“ไทยช่วยไทย”กู้วิกฤติ

*** หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ “ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส”ฉบับ 4202 ระหว่างวันที่ 21-23 พ.ค. 2569 โดย …กาแฟขม 

*** เศรษฐกิจปีนี้สาหัสจริงๆ ประเมินกันชัดๆ ล่าสุดจาก คณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน(กกร.) พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) ประธานกกร.รอบนี้ ถกเถียงร่วมกันแล้วคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจปีนี้ใหม่ จากที่คาดไว้เดิมจีดีพีโต 1.6-2 %  จะเหลือเพียง 1.2-1.6 % เท่านั้น การส่งออกจะติดลบ 1.5 % เงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 2-3 % จากเดิมที่คาดไว้ 0.2-0.7% ด้วยปมเหตุสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง-สหรัฐ ยังไม่คลี่คลาย ซึ่งมีผลกระทบอย่างมากต่อการจัดหาวัตถุดิบในภาคการผลิต-ส่งออก

*** กกร.ว่าเศรษฐกิจไตรมาสแรกโตได้ 2.8% ก็จริง แต่จำกัดอยู่ในบางภาค การลงทุนภาคเอกชนไปได้ การใช้จ่ายภาครัฐเร่งดี ส่งออกดีจากสินค้าเทคโนโลยีดิจิทัล  AI กลุ่มเทคฯขยายตัวสูง ต่อเนื่องมายาวนานหลายไตรมาส ตามกระแสโลก แต่กระจายตัวไม่ทั่วถึงในทุกภาคการผลิต จังหวะนี้ควรจะต้องปรับตัว เร่งการลงทุนปรับโครงสร้างด้านพลังงาน เพิ่มการผลิตพลังงานหมุนเวียน ลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซ  และเร่งการลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพ สนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า

*** รัฐบาลอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี และ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯควบรมว.คลัง รู้และเข้าใจปัญหาเศรษฐกิจดี โดยเฉพาะปัญหาต้นทุนชีวิตที่มาจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น จึงเร่งกู้เงินและอนุมัติ “โครงการไทยช่วยไทยพลัส” ออกมา เป้าหมายยิงตรงไปที่ช่วยค่าครองชีพ ช่วยการใช้จ่ายให้เศรษฐกิจหมุนเวียน กระตุกกระตุ้นยอดการขายสินค้าขึ้นมาบ้าง แต่โครงการพวกนี้ถ้าให้ดีมากกว่านี้ ต้องใส่เงื่อนไขลงไปว่าให้จับจ่ายใช้สอยได้เฉพาะสินค้าที่ผลิตและจำหน่ายโดยคนไทย “ไทยทำ ไทยใช้” ว่างั้น ว่าที่จริงก็แทบทุกรายการสินค้าอุปโภค บริโภคที่ผลิตได้ด้วยมือไทย ไม่ต้องพูดถึงอาหารที่ทั้งวัตถุดิบและการปรุง การขายส่วนใหญ่เป็นไทยอยู่แล้ว

*** เป็นปัญหาวิกฤติร่วมจริงๆ ที่ดูตัวเลขจีดีพีภาพใหญ่อย่างเดียวไม่ได้ แต่ในแง่รายได้ของแรงงาน และค่าครองชีพ มีการเปรียบเทียบออกมาให้เห็น รายได้ของแรงงานมีแนวโน้มจะติดลบในปี 2569 ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ผิดปกติ โดยในอดีตรายได้แรงงาน มักจะเติบโตเป็นบวกมาโดยตลอด  ก่อนโควิด-19 รายได้แรงงานของไทยเคยเติบโตอยู่ที่ประมาณ 4.7% – 4.8% แต่ในปีที่ผ่านมาการเติบโตชะลอตัวลงเหลือเพียง 1% – 2% และมีโอกาสที่จะติดลบในปีนี้ที่จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อกำลังซื้อ

*** ชัดๆ แล้วโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน” ช่วยเหลือประชาชน รับมือกับวิกฤตค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เน้นประคับประคอง ประชาชนทั่วไปและธุรกิจรายย่อยให้สามารถผ่านพ้นภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวไปได้ ใช้งบประมาณรวมกว่า 1.76 แสนล้านบาท เป้าหมายบรรเทาค่าครองชีพมากกว่า 43 ล้านคน ผ่าน 3 แนวทาง

*** กลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อย ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.2 ล้านคน โดยรัฐจะเพิ่มวงเงินช่วยเหลือเป็น 1,000 บาทต่อเดือน จากเดิม 300 บาท เพิ่มอีก 700 บาท เป็นเวลา 4 เดือน ใช้งบประมาณ 5.6 หมื่นล้าน กลุ่มคนชั้นกลาง คนทำงาน รัฐช่วยคนที่มีกำลังซื้อน้อย โดยรัฐบาลจะใช้ระบบร่วมจ่าย (Co-payment) โดยประชาชนจ่าย 40% และรัฐสมทบให้ 60% ในวงเงิน 1,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 4 เดือน ใช้งบประมาณ 1.2 แสนล้านบาท กลุ่มร้านค้ารายย่อย มุ่งเน้นการ “ต่อลมหายใจ” และเติมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการรายเล็กทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้ธุรกิจต้องปิดตัวลง

                        เศรษฐกิจไทยหืดจับ จีดีพีร่วง-รายได้ติดลบ ดัน“ไทยช่วยไทย”กู้วิกฤติ

*** ว่าก็ว่า เรื่องของเงินกู้ ที่รัฐออกพ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้านแก้วิกฤติประเทศ แยกออกเป็น 2 ก้อน ทำเรื่องไทยช่วยไทยวงเงิน 2 แสนล้าน ปรับเปลี่ยนพลังงานอีก 2 แสนล้าน ที่มีการเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความกันในเรื่องความจำเป็นเร่งด่วนฉุกเฉินวิกฤติที่ต้องกู้หรือไม่ ในส่วน 2 แสนล้านบาทหลัง อาจจะเป็นประเด็นที่ตีความกันได้ การใช้จ่ายเปลี่ยนผ่านพลังงานเป็นฉุกเฉินหรือไม่ ซึ่งทั้งก้อน 4 แสนล้าน อาจจะผ่านแค่ครึ่งเดียว 2 แสนล้านบาทแรกก็ได้ ฟังๆ แล้ว การเปลี่ยนผ่านพลังงาน จำเป็นต้องใช้องค์ความรู้ นวัตกรรม ที่โครงการต้องอาศัยช่วงเวลาบ้าง อาจไม่จำเป็นต้องใช้เงินกู้ แต่เป็นโครงการที่ตั้งงบประมาณปกติเอาได้ ก็ต้องจับตาดูผลการตีความจะเป็นเช่นไร…
 

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/columnist/than-society/659516&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ddtLJVXC3NpQv6rp4nqAJ