• Tue. Jun 23rd, 2026

เศรษฐกิจไทยบนทางแยก เปลี่ยนวันนี้หรือถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

เศรษฐกิจไทยบนทางแยก-เปลี่ยนวันนี้หรือถูกทิ้งไว้ข้างหลังเศรษฐกิจไทยบนทางแยก เปลี่ยนวันนี้หรือถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์เศรษฐกิจยุคใหม่ ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจากสงครามการค้า ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การปฏิวัติเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และการเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่อุปทานโลก

    สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับต่ำ หากแต่เป็นข้อเท็จจริงที่ว่าไทยกำลังสูญเสียความสามารถแข่งขันเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ขณะที่โลกกำลังเร่งความเร็ว ประเทศไทยกลับยังเคลื่อนตัวด้วยจังหวะเดิม หลายปีที่ผ่านมา การแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยมักวนเวียนอยู่กับมาตรการกระตุ้นระยะสั้น อัดฉีดเม็ดเงิน การเยียวยาผลกระทบเฉพาะหน้า

    แต่ยิ่งเวลาผ่านไปเราต่างเห็นแล้วว่า มันไม่สามารถตอบโจทย์เชิงโครงสร้างได้อีกต่อไป เพราะปัญหาที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่กำลังซื้ออย่างเดียว แต่อยู่ที่โครงสร้างการผลิต การศึกษา แรงงาน นวัตกรรม และระบบราชการที่ไม่สามารถรองรับการแข่งขันในเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ได้ การเยียวยาอาจช่วยลดความเจ็บปวดชั่วคราว แต่ไม่สามารถรักษาโรคเรื้อรังประเทศได้ประเทศไทยจึงต้องกล้าคิดและกล้าปรับโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ตั้งแต่ยกระดับอุตสาหกรรมจากฐานการผลิตดั้งเดิมไปสู่เทคโนโลยีขั้นสูง เร่งพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับยุค AI การปฏิรูปภาคเกษตรให้สร้างมูลค่าเพิ่มมากกว่าการแข่งขันด้านปริมาณ ตลอดจนสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการลงทุนด้านนวัตกรรมและธุรกิจแห่งอนาคต เป้าหมายไม่ใช่เพียงทำให้จีดีพีสูงขึ้น แต่ต้องสร้างเศรษฐกิจที่มีคุณภาพ มีผลิตภาพ และสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว

    บทเรียนจากหลายประเทศชี้ว่า ช่วงเวลาวิกฤติ คือ โอกาสสำคัญของการปฏิรูป ประเทศที่กล้าปรับตัวก่อนมักก้าวขึ้นเป็นผู้นำรอบใหม่ของเศรษฐกิจโลก ขณะที่ประเทศที่ลังเลมักถูกทิ้งห่างออกไปเรื่อยๆ วันนี้เราไม่ได้แข่งเฉพาะกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่กำลังแข่งขันกับความเร็วของการเปลี่ยนแปลงระดับโลก หากยังใช้กรอบคิดเดิมและกลไกเดิมรับมือกับโจทย์ใหม่ โอกาสเติบโตจะยิ่งแคบลงทุกวัน สิ่งที่ประเทศต้องการเวลานี้ไม่ใช่แค่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น แต่คือวิสัยทัศน์ร่วมของชาติในการกำหนดทิศทางใหม่ของเศรษฐกิจไทยอีก 10-20 ปีข้างหน้า เพราะโลกไม่ได้หยุดรอให้ใครเตรียมตัว และไม่มีประเทศใดรักษาความได้เปรียบไว้ได้ด้วยความสำเร็จในอดีต เมื่อการแข่งขันครั้งใหม่เริ่มต้นขึ้นผู้ที่ปรับตัวได้เร็วกว่า ย่อมเป็นผู้กำหนดอนาคต ส่วนคนที่ยังลังเล อาจเหลือเพียงบทบาทของ ‘ผู้ตาม’ ที่ไม่มีใครสนใจในเวทีเศรษฐกิจโลก

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/blogs/opinion/editorial/1239617&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0oj0Q5F713UHvggEsoPhoX