“การขยายตัวทางเศรษฐกิจในภาพรวมของเปรู ได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากการขยายตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ ได้แก่ การขยายตัวของภาคการก่อสร้าง (ร้อยละ 9.9) การลงทุนและการค้าที่เพิ่มขึ้น (ร้อยละ 6.8) การขยายตัวภาคบริการ (ร้อยละ 3.6) ซึ่งได้รับอานิสงค์จากการปรับปรุงตลาดแรงงาน การบริโภคภาคครัวเรือน และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพิ่มขึ้น”
จากข้อมูลของกระทรวงเศรษฐกิจและการคลังของเปรู เผยว่าแม้เปรูจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและเอลนีโญ แต่เศรษฐกิจของเปรูยังคงสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องตลอด 28 เดือน จนถึงเดือนกรกฎาคม 2569 และมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.6 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดือนกรกฎาคมของปีก่อนหน้า โดยการขยายตัวของ GDP สะสมระหว่างเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2569 อยู่ที่ร้อยละ 3.1 ที่ได้รับปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากความต้องการภายในประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ส่งผลผลกระทบทางลบต่อเศรษฐกิจ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง ราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นต้น
ภาคการประมงซึ่งเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของเปรูได้รับผลกระทบอย่างมากจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและเอลนีโญตามชายฝั่ง ส่งผลให้อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้น และเกิดการอพยพของปลาแอนโชวีไปทางตอนใต้หรือเข้าสู่น่านน้ำลึก ทำให้ปริมาณปลาที่จับได้มีจำนวนลดลง ส่งผลกระทบอย่างมากต่อภาคการประมงของเปรู ที่เป็นแหล่งส่งออกปลาป่น และน้ำมันปลาที่สำคัญของโลก โดยภาคการประมงมีการหดตัวคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 27.4 ในเดือนกรกฎาคม 2569 ภาคการผลิตขั้นต้นหดตัวที่ร้อยละ 4 ข้อมูลจากการศึกษาของ BBVA เผยว่าจำนวนปลาแอนโชวีที่จับได้มีจำนวนลดลงถึงร้อยละ 99.15 นอกจากนี้ ภาคการผลิตสินค้าเกษตรกรรมและปศุสัตว์มีการหดตัวประมาณร้อยละ 1.2 โดยสินค้าเกษตรกรรมที่มีผลผลิตลดลง เช่น ข้าว มะกอก มันฝรั่ง ข้าวโพดสีเหลืองแข็ง และข้าวโพดแป้ง เป็นต้น อย่างไรก็ดี อุปสงค์ภายในประเทศ (การลงทุนภาคเอกชนและการบริโภคของครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น) เป็นปัจจัยหลักที่สนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเปรู ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบเชิงลบจากภาคการประมงและการเกษตรกรรม
สัญญาณการลงทุนที่มีแนวโน้มเป็นบวก ในเดือนสิงหาคม 2569 พิจารณาจากปัจจัยสำคัญหลัก ได้แก่
-
การจัดจำหน่าย/การใช้ซีเมนต์ในประเทศเพิ่มขึ้นคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 8.7 เนื่องจากเป็นตัวชี้วัดกิจกรรมก่อสร้างและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน
-
ยอดการจำหน่ายยานพาหนะหนัก เช่น รถบรรทุก ที่มียอดการจำหน่ายเพิ่มขึ้นร้อยละ 43.7 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งด้านโลจิสติกส์ การทำเหมืองแร่ การก่อสร้าง และกิจกรรมด้านการขนส่ง
-
การผลิตกระแสไฟฟ้า เป็นตัวชี้วัดที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ GDP โดยมีการผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้นคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 6.8 ในเดือนสิงหาคม และเดือนกันยายน
ข้อมูลจากสถาบันสถิติและข้อมูลแห่งชาติของเปรู (National Institute of Statistics and Informatics: INEI) พบว่าการผลิตโดยรวมของเปรูเติบโตคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.23 ในเดือนสิงหาคม โดยการก่อสร้างขยายตัวคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 10.34 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการใช้ซีเมนต์ในประเทศที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.63 และการพัฒนางานก่อสร้างภาคสาธารณะเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.33
การบริโภคภาคครัวเรือนที่แข็งแกร่ง ตัวชี้วัดการบริโภคภาคเอกชนยังคงปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในเดือนสิงหาคม การนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคในเชิงราคาตัวเงินเพิ่มขึ้นคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 19.7 ซึ่งถือเป็นการขยายตัวติดต่อกัน 24 เดือน นอกจากนี้ ข้อมูลจากการศึกษาของ BBVA เผยว่าการใช้จ่ายของครัวเรือนยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเปรู
กระทรวงเศรษฐกิจและการคลังของเปรูคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของเปรูจะยังคงรักษาการเติบโตไว้ได้ โดยภายในปี 2569 คาดว่า GDP จะมีการขยายตัวที่ร้อยละ 3.4 ทั้งนี้ ภาครัฐได้เร่งส่งเสริมและสนับสนุนการลงทุนในภาคเอกชน และรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาค เพื่อสร้างการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐาน บริการสาธารณะที่ดีขึ้น และสร้างโอกาสที่ดียิ่งขึ้นแก่ประชาชน[1]
เศรษฐกิจของเปรูในช่วงเดือนกรกฎาคม – ตุลาคม 2569 มีการขยายตัวคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.2 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยภาคที่ไม่ใช่การเกษตรมีการขยายตัวคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 4.3 เช่น การก่อสร้าง ในขณะที่ภาคการผลิตขั้นต้นมีการหกตัวที่ร้อยละ 1.2 ซึ่งได้รับผลกระทบจากการหดตัวของภาคการประมงและการทำเหมืองแร่ ทั้งนี้ ในช่วงเดือนมกราคม – สิงหาคม 2569 GDP ของเปรูมีการขยายตัวสะสมที่ร้อยละ 3.1
-
ภาคอุตสาหกรรมสำคัญของเปรูที่มีการหดตัวด้านการผลิต ได้แก ภาคการประมง (ลดลงร้อยละ 17.3) เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภาคเหมืองแร่ (ลดลงร้อยละ 6.1) เนื่องจากการผลิตทองแดงลดลง ส่งผลให้ GDP ขั้นต้น หดตัวที่ร้อยละ 1.2 ในเดือนสิงหาคม 2569 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
-
ภาคที่ไม่ใช่เกษตรกรรมมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.3 เช่น การก่อสร้าง (เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.3) และการค้า (เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.9) เนื่องจากการจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น
-
ภาคเกษตรกรรมมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.4 เนื่องจากปริมาณพื้นที่การเพาะปลูกในประเทศที่เพิ่มขึ้น และสภาพภูมิอากาศที่เอื้ออำนวยมากขึ้น
สำหรับเดือนกันยายน การลงทุนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการขยายตัวของการนำเข้าสินค้าทุนที่ร้อยละ 23
บทวิเคราะห์/ความเห็น สคต.ฯ
การขยายตัวทางเศรษฐกิจของเปรูเป็นสัญญาณที่ดีในภาพรวมต่อการค้าระหว่างประเทศของเปรู โดยเปรูเป็นคู่ค้าลำดับที่ 60 ของไทยในปี 2569 (มกราคม – กันยายน) มีมูลค่าการค้ารวมที่ 555.24 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 33.66 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยเป็นการส่งออก 414.30 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้า 140.94 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ไทยได้ดุลการค้า 273.36 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปเปรู เช่น ปลาทูน่าที่ปรุงแต่ง รถยนต์สำหรับขนส่งของ เครื่องซักผ้า เครื่องตักย้ายแบบฟร้อนต์เอนด์ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล และสินค้านำเข้าสำคัญจากเปรู เช่น ปลาแช่แข็ง ก๊าซธรรมชาติ แครนเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ และผลไม้อื่น ๆ สังกะสีที่ไม่ได้ขึ้นรูป อะโวคาโด เป็นต้น ทั้งนี้ การค้าระหว่างไทยและเปรูมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องระหว่างปี 2563 – 2569 และยังคงมีแนวโน้มเป็นบวกในอนาคต ปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวดังกล่าวส่วนหนึ่งมาจากการจัดทำความตกลงว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างไทย-เปรู ที่มีผลให้บังคับตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2554 และพัฒนาเป็นความตกลงการค้าเสรีไทย-เปรู ที่ตั้งเป้าหมายลงนามความตกลงฯ ภายในปี 2569 ทำให้สินค้านำเข้า/ส่งออกของทั้ง 2 ประเทศสามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากความตกลงดังกล่าว จากข้อมูลของกรมการค้าต่างประเทศ มูลค่าการส่งออกสินค้าที่ได้รับสิทธิประโยชน์ฯ ในช่วงเดือนมกราคม – สิงหาคม 2569 อยู่ที่ 38.12 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.69 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ในขณะที่มูลค่าการขอให้สิทธิฯ ลดลงเล็กน้อย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 2.35 โดยสินค้าที่มีมูลค่าการขอให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในการส่งออกไปเปรู 5 อันดับแรก ได้แก่ ด้ายผสมฝ้าย ถุงมือ ยานยนต์ ถุงยางคุมกำเนิด และรถจักรยานยนต์
ภาคการประมงของเปรูที่มีผลผลิตลดลงอย่างมากอาจส่งผลกระทบต่อการนำเข้าสินค้าปลาแช่แข็งจากเปรู ซึ่ง สคต.ฯ คาดว่าผลกระทบดังกล่าวจะเกิดขึ้นชั่วคราว และภาคการประมงของเปรูจะสามารถดำเนินการผลิตได้เพิ่มขึ้น หากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกลับเข้าสู่สภาวะปกติ
ภาคเหมืองแร่ของเปรูที่มีผลผลิตทองแดงลดลง อาจส่งผลต่ออุปทานทองแดงโลก เนื่องจากเปรูเป็นผู้ส่งออกสินแร่ทองแดงและแร่เข้มข้นอันดับที่ 2 ของโลก อย่างไรก็ดี เปรูไม่ใช่แหล่งนำเข้าทองแดงสำคัญของไทย เนื่องจากไทยนำเข้าทองแดงจากแคนาดา สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย เนเธอร์แลนด์ และชิลี ตามลำดับ ดังนั้น ผลผลิตทองแดงที่ลดลงของเปรูอาจไม่ส่งผลกระทบทางตรงต่อการนำเข้าทองแดงของไทย แต่ สคต.ฯ คาดว่าจะส่งผลกระทบในภาพรวมของราคาทองแดงในตลาดโลกที่จะเพิ่มสูงขึ้น
ทั้งนี้ การขยายตัวทางเศรษกิจของเปรูขับเคลื่อนด้วยอุปสงค์ภายในประเทศ เช่น กิจกรรมการก่อสร้าง โลจิสติกส์ การลงทุน จะช่วยสนับสนุนความต้องการนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นสำหรับกิจกรรมดังกล่าว โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มเครื่องจักรกล ชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์ไฟฟ้า สินค้าก่อสร้าง เป็นต้น ในการนี้ การยกระดับความตกลงทางการค้าระหว่างไทยและเปรู เป็นความตกลงการค้าแสรีไทย-เปรู จะช่วยระดับการเข้าถึงสินค้าของทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งสินค้าที่คาดว่าไทยจะได้รับประโยชน์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของเปรูและการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้ความตกลงฯ ได้แก่ เครื่องจักรกล สินค้าเกษตกรรม อาหารแปรรูป ผลิตภัณฑ์ยานยนต์ และบริการ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยยังสามารถใช้ประโยชน์จากการใช้เปรูเป็นแหล่งกระจายสินค้าไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคลาตินอเมริกาด้วย[1]
แนวโน้มประโยชน์/ผลกระทบจากภาคอุตสาหกรรมสำคัญ
|
ภาคอุตสาหกรรม |
ประโยชน์/ผลกระทบ |
|
อาหารทะเล |
อาจประสบความเสี่ยงในระยะสั้นจากผลผลิตการประมงที่ลดลง โอกาสในระยะกลาง อาจเกี่ยวข้องกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีความรุรแรงลดลง รวมถึงการผ่อนคลาย/สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับสินค้านำเข้า/ส่งออกของทั้ง 2 ประเทศ ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีไทย-เปรู |
|
การนำเข้าอาหารเกษตรกรรม |
สินค้าเกษตรกรรมหลายรายการจะได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นจากการขยายการส่งออกระหว่างไทยและเปรู เช่น บลูเบอร์รี่ กาแฟ อาหารแปรรูป |
|
เหมืองแร่ |
ผลผลิตทองแดงที่ลดลงของเปรู อาจส่งผลกระทบต่ออุปทานทองแดงในตลาดโลก และราคาทองแดงที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะผู้ประกอบการที่จำเป็นต้องใช้ทองแดงในการผลิตสินค้า จะต้องติดตามสถานการณ์ทองแดงในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด |
|
การส่งออกของไทย |
การขยายตัวด้านกิจกรรมการก่อสร้าง โลจิสติกส์ในเปรู สนับสนุนการนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้อง เช่น เครื่องจักรกล ยานพาหนะ อะไหล่และชิ้นส่วนยานยนต์ สินค้าอุปโภคและบริโภค |
|
การลงทุนและการเข้าสู่ตลาด |
การจัดทำความตกลงการค้าเสรีไทย-เปรู และการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างมั่นคงของเปรู เป็นโอกาสในการเข้าถึงบริการและการสร้างแพลตฟอร์มในการเป็นแหล่งกระจายสินค้าไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคลาตินอเมริกา |
___________________________
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงซันติอาโก
พฤศจิกายน 2569
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/y1z4734h1y1s6c7sbiehodhj&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1cfcM58YZ7B2w4ZIyu3zXX

