
กนง.มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% แม้ประเมินเศรษฐกิจไทยขยายตัวดีกว่าคาดจากแรงหนุนการส่งออกและการลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยี แต่ย้ำการฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะ SMEs และครัวเรือนเปราะบางที่ยังเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพสูง พร้อมจับตาเงินเฟ้อและการส่งผ่านต้นทุนในช่วงครึ่งปีหลังอย่างใกล้ชิด
กนง.ชี้เศรษฐกิจไทยโตดีกว่าคาด แต่ยังเปราะบาง
นายดอน นาครทรรพ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 เสียง คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อปี ในการประชุมวันที่ 24 มิถุนายน 2569 โดยเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันยังต้องติดตามทิศทางเงินเฟ้อและความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่อง
เศรษฐกิจโตแรงกว่าคาด แต่การฟื้นตัวยัง “ไม่ทั่วถึง”
ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าที่เคยประเมินไว้ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งยังอยู่ในช่วงขาขึ้นของวัฏจักรการลงทุนโลก
อย่างไรก็ตาม กนง.ประเมินว่า การเติบโตยังมีลักษณะ “กระจุกตัว” และไม่ได้กระจายไปยังทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ โดยธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ยังเผชิญการแข่งขันรุนแรง กำลังซื้อในประเทศยังอ่อนแอ และการลงทุนของหลายธุรกิจยังชะลอตัว ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวเพียง 2.3% ในปี 2569 และ 1.8% ในปี 2570
การบริโภคยังอ่อนแรง แม้รัฐออกมาตรการช่วยเหลือ
แม้ภาครัฐจะมีมาตรการช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นการใช้จ่าย แต่ กนง.มองว่าการบริโภคภาคเอกชนยังถูกกดดันจากรายได้ที่ชะลอลง ภาระหนี้ครัวเรือน และค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง
คณะกรรมการยังตั้งข้อสังเกตว่า การใช้จ่ายชะลอตัวไม่ได้เกิดเฉพาะกลุ่มรายได้น้อย แต่เริ่มเห็นการลดการบริโภคในทุกกลุ่มรายได้ รวมถึงการใช้จ่ายในหมวดอาหารนอกบ้าน ซึ่งสะท้อนความระมัดระวังในการใช้จ่ายของครัวเรือนมากขึ้น
เงินเฟ้อยังเร่งตัวจากต้นทุน แต่ยังไม่เสี่ยงหลุดกรอบ
กนง.คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยปี 2569 จะอยู่ที่ 2.8% ก่อนชะลอลงมาอยู่ที่ 1.4% ในปี 2570 โดยแรงกดดันหลักยังมาจากราคาพลังงานและต้นทุนการผลิตที่ทยอยส่งผ่านมายังราคาสินค้าและบริการ
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการเห็นว่ายังไม่พบสัญญาณการปรับขึ้นราคาสินค้าเป็นวงกว้าง ขณะที่เงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางยังยึดเหนี่ยวอยู่ในกรอบเป้าหมาย จึงยังไม่จำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นในเวลานี้
ค่าเงินบาทผันผวนตามดอลลาร์ แต่ฐานะต่างประเทศยังแข็งแกร่ง
ในด้านตลาดการเงิน กนง.ระบุว่าค่าเงินบาทอ่อนค่าตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินว่าค่าเงินบาทยังมีเสถียรภาพ เนื่องจากประเทศไทยมีเงินสำรองระหว่างประเทศในระดับสูง หนี้ต่างประเทศต่ำ และนักลงทุนต่างชาติยังเชื่อมั่นต่อกรอบนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ
ทั้งนี้ กนง.พร้อมติดตามและดูแลหากค่าเงินบาทเกิดความผันผวนผิดปกติ
สินเชื่อ SMEs ยังหดตัวต่อเนื่อง กนง.ห่วงลูกหนี้เปราะบาง
อีกประเด็นที่คณะกรรมการให้ความสำคัญคือ การปล่อยสินเชื่อให้กับ SMEs ที่ยังหดตัวต่อเนื่อง สะท้อนทั้งข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและความระมัดระวังของสถาบันการเงินในการปล่อยกู้แก่ลูกหนี้ที่มีความเสี่ยง
กนง.เห็นว่าควรใช้มาตรการทางการเงินเฉพาะจุดเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการปรับตัว ขณะเดียวกันต้องหลีกเลี่ยงการอัดฉีดสภาพคล่องให้กับธุรกิจที่ขาดความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง หรือ “Zombie Firms” ซึ่งอาจสร้างความเปราะบางต่อระบบการเงินในระยะยาว
คงดอกเบี้ย 1% เพราะเหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ
กนง.เห็นตรงกันว่า นโยบายการเงินในปัจจุบันยังอยู่ในระดับผ่อนคลายและเหมาะสมต่อการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แม้อัตราเงินเฟ้อจะเร่งขึ้นจากปัจจัยด้านอุปทาน แต่ความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะฝังตัวในระบบเศรษฐกิจยังมีจำกัด
ในระยะต่อไป ธนาคารแห่งประเทศไทยจะติดตามการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการ แนวโน้มเงินเฟ้อ ความสามารถในการชำระหนี้ของ SMEs และครัวเรือน รวมถึงพัฒนาการของเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความเหมาะสมของทิศทางนโยบายการเงินในระยะถัดไป
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/663466&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3aC8hG979zLQTVOZOpAwZS

