สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ทำการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ประจำเดือนส.ค. 69 คลอบคลุม 48 กลุ่มอุตสาหกรรม โดยนางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่า ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เดือนส.ค. 69 อยู่ที่ระดับ 89.70 ปรับตัวลดลงจาก 90.0 ในเดือนก.ค. 69 ซึ่งการปรับลดลงของดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนส.ค.นี้ มีปัจจัยกดดันหลายด้าน โดยสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่เพิ่มความเสี่ยงต่อพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ การคมนาคมขนส่ง และการจัดหาวัตถุดิบทางการเกษตร ขณะที่ราคาพลังงานและวัตถุดิบปิโตรเคมียังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องปรับตัวเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ส.อ.ท.ได้จัดทำข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ ขอให้ส่งเสริมให้ประชาชนและภาครัฐซื้อสินค้าไทย เพื่อกระตุ้นการบริโภคในช่วงปลายปี ผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชน ร้านค้าเมเดิร์น เทรด และอี – คอมเมิร์ช เพื่อเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมและขยายโอกาสให้เอสเอ็มอีไทยในการเพิ่มยอดขายสินค้า , เสนอให้ภาครัฐส่งเสริมการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนภายในประเทศ ในโครงการลงทุนจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ผ่านการเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์บีโอไอ ควบคู่กับการดำเนินโครงการพัฒนาผู้ประกอบการไทย เพื่อยกระดับซัพพายเออร์ไทยให้สามารถเชื่อมเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของนักลงทุนต่างชาติได้อย่างเป็นระบบ
นอกจากนี้ขอให้ภาครัฐผลักดันน้ำมันเบนซิน อี 20 เป็นน้ำมันพื้นฐานของประเทศ เพื่อช่วยลดต้นทุนพลังงาน ลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรผ่านการพัฒนาอุตสาหกรรมเอทานอลตลอดห่วงโซ่
อย่างไรก็ตามตลาดรถยนต์ยังเผชิญข้อจำกัดจากกำลังซื้อและการเข้าถึงสินเชื่อ โดยเฉพาะรถกระบะ ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ในช่วง 7 เดือนของปี 69 ลดลง 17.38% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านการลงทุนยังคงกระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ส่งผลให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงอุตสาหกรรมดั้งเดิม ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงโอกาสการลงทุน ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนการผลิตที่อยู่ในระดับสูง การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการแข่งขันจากสินค้านำเข้า
++ ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมคาดการณ์ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 97.0 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 96.1 ในเดือนก.ค. 69 สะท้อนว่า ผู้ประกอบการมีมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าดีขึ้น และยังมีปัจจัยต่างๆทั้งภายในและภายนอกที่ต้องติดตาม
++ ประเด็น
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6175994/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1cIqd-tOuqPjETtV6HF8F9

