• Wed. Sep 9th, 2026

‘กมธ.พลังงาน สว.’ หนุนไทยลงทุน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ รับเศรษฐกิจดิจิทัล | เดลินิวส์

‘กมธพลังงาน-สว.’-หนุนไทยลงทุน-‘ดาต้าเซ็นเตอร์’-รับเศรษฐกิจดิจิทัล-|-เดลินิวส์‘กมธ.พลังงาน สว.’ หนุนไทยลงทุน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ รับเศรษฐกิจดิจิทัล | เดลินิวส์

เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา นำโดย นายพรเพิ่ม ทองศรี ประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้ร่วมกันแถลงข่าวถึงการเตรียมความพร้อมรองรับโครงการศูนย์ข้อมูลดิจิทัล (Data Center) ในประเทศไทย โดยระบุว่า กมธ. เห็นพ้องว่าประเทศไทยควรส่งเสริมให้เกิดการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อสร้างงาน รายได้ และยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัล แต่การลงทุนขนาดใหญ่ดังกล่าวต้องเดินควบคู่ไปกับความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและความเป็นธรรมต่อผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ

นายพรเพิ่ม กล่าวว่า ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นกิจการที่ใช้ไฟฟ้าจำนวนมหาศาลและต้องการความมั่นคงตลอด 24 ชั่วโมง การขยายตัวของธุรกิจนี้จึงทำให้ประเทศต้องเตรียมพร้อมทั้งกำลังการผลิต ระบบส่ง สถานีไฟฟ้า ระบบจำหน่าย และระบบสำรอง ดังนั้น หากการลงทุนต้องมีการสร้างหรือขยายโครงสร้างพื้นฐานพลังงานเพิ่มเติม รัฐบาลต้องมีกลไกชัดเจนให้ผู้ลงทุนร่วมรับผิดชอบต้นทุนอย่างเหมาะสม ไม่ปล่อยให้ต้นทุนกระจายไปเป็นภาระของผู้ใช้ไฟฟ้าภาคประชาชนโดยไร้หลักเกณฑ์

นายพรเพิ่ม กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการการพลังงานฯ ได้เสนอแนะให้รัฐบาลเร่งดำเนินการใน 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ จัดทำแผนที่พลังงาน (Power Map) แสดงพื้นที่ที่มีศักยภาพและข้อจำกัดของระบบไฟฟ้าให้ชัดเจน เพื่อรองรับการตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์รับผิดชอบต้นทุน บังคับให้ผู้ลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ มีส่วนร่วมจ่ายค่าโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากการลงทุนของตนเอง ส่งเสริมพลังงานสะอาด เร่งพัฒนากลไก Direct PPA, Wheeling Charge และ UGT เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล คิดอัตราค่าไฟฟ้าตามต้นทุนจริง กำหนดโครงสร้างค่าไฟของดาต้าเซ็นเตอร์ให้โปร่งใสและสะท้อนต้นทุนจริง เพื่อป้องกันการอุดหนุนข้ามกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าที่ไม่เป็นธรรม คุมมาตรฐานประสิทธิภาพ (PUE) กำหนดเกณฑ์ประสิทธิภาพการใช้พลังงานของดาต้าเซ็นเตอร์ให้เกิดการใช้ไฟฟ้าอย่างคุ้มค่าสูงสุด

นายพรเพิ่ม กล่าวต่อไปว่า ส่วนข้อกังวลของประชาชนที่เกรงว่าดาต้าเซ็นเตอร์จะทำให้ค่าไฟฟ้าแพงขึ้นนั้น ทาง กมธ.พลังงาน เห็นว่า การมีดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ได้แปลว่าจะทำให้ภาระค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเสมอไป แต่หัวใจสำคัญคือรัฐต้องสร้างระบบป้องกันไม่ให้เกิดการผลักภาระ หากมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมเพื่อผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ จะต้องตอบให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ก่อต้นทุนและใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ โดยยึดหลักการผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ต้องรับผิดชอบต้นทุนที่ตนเองก่อขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมสูงสุด

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6175177/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2EoJh7q70nVEhGlI7al34g