สันติสุข อธิบายว่า หัวใจสำคัญของแลนด์บริดจ์คือการเชื่อมระบบรางและท่าเรือน้ำลึกทั้งสองฝั่ง ตั้งแต่ท่าเรือแหลมริ่ว จ.ชุมพร ไปยังท่าเรือแหลมอ่าวอ่าง จ.ระนอง ผ่านรถไฟทางคู่มาตรฐานขนาด 1.435 เมตร มูลค่าการลงทุนราว 57,000 ล้านบาท ซึ่งจะเชื่อมเข้ากับโครงข่ายรถไฟทางคู่ทั่วประเทศ
เมื่อโครงข่ายสมบูรณ์ สินค้าจากภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ จะสามารถถูกขนส่งลงสู่ท่าเรือฝั่งอันดามันได้โดยตรง ลดต้นทุนและระยะเวลาการขนส่งสินค้าออกสู่มหาสมุทรอินเดีย ตะวันออกกลาง ยุโรป และแอฟริกา โดยไม่จำเป็นต้องอ้อมผ่านช่องแคบมะละกา
สันติสุขชี้ว่า นี่คือข้อได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ที่ไทยไม่เคยมีมาก่อน “มันคือการเชื่อมโลกสู่ไทย และเชื่อมไทยสู่การค้าโลก”
สันติสุข ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า กลุ่มเป้าหมายสำคัญของแลนด์บริดจ์ ไม่ใช่เรือสินค้าขนาดใหญ่ที่วิ่งตรงข้ามทวีปอยู่แล้ว แต่เป็นกลุ่มเรือ “Transshipment” หรือเรือถ่ายลำสินค้าที่ปัจจุบันต้องเสียเวลาจอดรอเปลี่ยนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ที่สิงคโปร์นานหลายวัน
หากไทยสามารถบริหารจัดการให้การถ่ายลำเสร็จภายใน 2–3 วัน จะกลายเป็นแรงจูงใจให้สายเรือหันมาใช้ไทยเป็นศูนย์กลางแทน “วันนี้เรือจำนวนมากเสียเวลาอยู่สิงคโปร์อยู่แล้ว ถ้าเราทำได้เร็วกว่า นั่นคือโอกาส”

อีกประโยชน์สำคัญที่สันติสุขเน้นย้ำ คือการต่อยอดการลงทุนอุตสาหกรรมในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า อุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร ยางพารา โลจิสติกส์ โรงแรม และธุรกิจบริการ ซึ่งจะสร้างงานและรายได้มหาศาลให้กับภาคใต้
สันติสุข มองว่า หากแลนด์บริดจ์เกิดขึ้นจริง ไทยจะกลายเป็น “Gateway ใหม่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” โดยเฉพาะในช่วงที่โลกกำลังมองหาทางเลือกใหม่จากความแออัดและความเปราะบางของเส้นทางผ่านช่องแคบมะละกา
อย่างไรก็ตาม สันติสุข ย้ำชัดว่า การพัฒนาต้องไม่ทิ้งประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะชาวประมงและผู้ถือครองที่ดินดั้งเดิมที่กังวลเรื่องการเวนคืนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
“ชาวบ้านต้องได้ประโยชน์ ต้องได้รับหลักประกันที่ชัดเจน ธรรมชาติจะกระทบแค่ไหนต้องเปิดข้อมูลครบถ้วน”
ช่วงท้าย สันติสุข สรุปว่า คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ “จะสร้างหรือไม่สร้าง” แต่คือ “จะทำอย่างไรให้ประเทศไทยได้ประโยชน์สูงสุด และประชาชนไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” ดังนั้น แลนด์บริดจ์จึงไม่ใช่เพียงโครงการคมนาคม แต่คือ “การเดิมพันอนาคตเศรษฐกิจไทย” ที่ต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบที่สุด
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1581734&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3pFc2tb-3eEjMQdQikbCCb

