
นายสันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับปัญหากับคลื่นความผันผวนของโลก (Global Shock Wave) ที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ระลอกใหญ่
เริ่มจากระลอกที่ 1 วิกฤตราคาพลังงาน เป็นระยะแรกที่ไทยกำลังเผชิญจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมันและพลังงานทั่วโลก
ระลอกที่ 2 ปัญหาเงินเฟ้อ จากราคาพลังงานจะลามสู่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคทุกหมวดหมู่ ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเงินในกระเป๋าลดน้อยลง ขณะที่ต้นทุนของภาคธุรกิจพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก
ระลอกที่ 3 กำลังซื้อตกต่ำ จะส่งผลให้ยอดการส่งออกที่เคยเติบโตเริ่มแผ่วลง การจับจ่ายภายในประเทศลดถอย และแม้แต่ภาคการท่องเที่ยวที่เป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยก็อาจจะอ่อนแอลง
“วิกฤติพลังงานที่สูงขึ้น เราสัมผันกันอยู่ทุุกวันตอนนี้ ตอนนี้คือระลอกที่2 คือ ไม่ใช่แค่ราคาพลังงาน น้ำมันเท่านั้นจะกลายเป็นสินค้าราคาสินค้าสูงขึ้นทั้งหมด ปัญหาเงินเฟ้อจะให้รู้สึกว่าเงินในกระเป๋าเราน้อยลง ต้นทุนธุรกิจที่สูงขึ้น ระลอก3 คือกำลังซื้อจะตกลง แปลว่ายอดส่งออกที่ปัจจุบันยังดีอยู่ จริงๆ จะเริ่มแผ่วลง แม้แต่การท่องเที่ยวซึ่งเป็นเครื่องจักรสำคัญของเศรษฐกิจไทยจะอ่อนแอลง ดังนั้นสิ่งครัวเรือน และธุรกิจจะเจอคือ Double Squeeze หรือธุรกิจถูก บีบสองด้านพร้อมกัน”
สถานการณ์นี้มีความน่ากังวลอย่างยิ่งเนื่องจากประเทศไทยมี กันชน ที่ค่อนข้างบาง โดยมีหนี้ครัวเรือนสูงถึง 87% ของ GDP ขณะที่สินเชื่อของภาค SME ติดลบต่อเนื่องมานานกว่า 3 ปี ทำให้ขาดกำลังในการรับแรงกระแทก
พร้อมกันนี้ นายสันติธาร ยังชี้ว่า โลกกำลังเปลี่ยนจากยุคที่เน้นประสิทธิภาพและราคาถูก ไปสู่โลกที่เน้น “ความมั่นคงเป็นหลัก” นานาชาติจะให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านพลังงาน อาหาร เทคโนโลยี และห่วงโซ่อุปทานมากขึ้น แม้ว่าสินค้าเหล่านั้นอาจจะไม่ได้มีราคาถูกที่สุดก็ตาม
ทั้งนี้ เพื่อให้ประเทศไทยไม่เพียงแค่รอดพ้นจากวิกฤต แต่สามารถปรับตัวสู่โลกใหม่ได้ กระทรวงการคลังจึงใช้แนวคิด 5T ในการออกแบบนโยบาย คือ
1.Target มาตรการเยียวยาต้องแม่นยำตามโจทย์ของแต่ละระลอก เช่น ช่วยกลุ่มขนส่งในช่วงพลังงานแพง และสนับสนุนเงินช่วยเหลือวงกว้างเมื่อเกิดภาวะของแพง รวมถึงช่วยร้านค้าเล็กๆ ที่ถูกบีบจากรายได้ที่ลดลง
2.Transition ใช้โอกาสนี้เร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Green Logistics) และลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเพื่อปิดจุดอ่อนเดิมของประเทศ
3.Transform ดึงดูดนักลงทุนที่มองหา “พื้นที่ปลอดภัย” มาสร้างเครือข่ายการผลิตในประเทศ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่คนไทยและ SME
4.Transparent ทุกโครงการต้องตรวจสอบได้และโปร่งใส โดยการนำระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยบริหารจัดการ
5.Together อาศัยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ เอกชน และคนทุกวัย เพื่อเปลี่ยนวิกฤตครั้งนี้ให้เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับประเทศ และทำให้ไทยกลับมาแข็งแกร่งบนเวทีโลกอีกครั้งอย่างยั่งยืน
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/743022&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1INN4NwbQ8yUG7hmmS96_r

