ดร.กอบศักดิ์ ชี้เศรษฐกิจไทยปีนี้ ‘การอยู่รอด’ สำคัญกว่า’การเติบโต’ แนะเตรียมสายป่าน-สภาพคล่องเพื่อพยุงธุรกิจ
วันนี้, 19:51น.

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงเทพ ประเมินการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ไว้ว่าจะขยายตัวได้ 1.5-2% โดยปีนี้ถือเป็นปีที่มีความท้าทายอย่างสูง เพราะประเทศต้องเผชิญกับหลายปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเกินความคาดหมายมาตั้งแต่ช่วงต้นปี โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน จนมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลกระทบให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นไปถึง 40-50% ตลอดจนปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ
มองว่าโจทย์สำคัญของปีนี้ ไม่ใช่การตั้งเป้าหมายให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) เติบโตได้ 3% หรือ 4% แต่สิ่งสำคัญคือการทำอย่างไรให้ทุกคนอยู่รอดปลอดภัย
แบงก์กรุงเทพ มองเศรษฐกิจไทยปีนี้จะโตได้ 1.5-2% ซึ่งยังเร็วเกินไปที่จะเปลี่ยนแปลง เพราะตอนนี้ยังไม่มีใครรู้เลยว่า ข้อตกลงเจรจาของทรัมป์จะสำเร็จหรือไม่ ย้ำว่า ปีนี้ไม่ใช่เป้าหมายของการโต แต่เป้าหมายของปีนี้ คือการรอด และจะทำอย่างไรที่จะเตรียมสภาพคล่องไว้ เตรียมสายป่านไว้ ลดแรงกระแทก ทั้งหมดคือหัวใจให้ผ่านไปได้ คนที่รอด คือคนที่ชนะ
ส่วนอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย ซึ่งอยู่ที่ระดับ 1% นั้น ถือเป็นเรื่องดีที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ตัดสินใจลดดอกเบี้ยไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนแนวโน้มจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่นั้น อยู่ที่ข้อตกลงเจรจายุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยังต้องติดตาม
อย่างไรก็ดี ข้อดีของประเทศไทย คือ ที่ผ่านมาอัตราเงินเฟ้อติดลบ และปัจจุบันเริ่มปรับสูงขึ้น โดยเป็นไปตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ และเชื่อว่าหลังจากนั้นในอีก 12 เดือน อัตราเงินเฟ้อจะค่อยทยอยปรับลดลง ทั้งนี้ เชื่อว่า ธปท. ยังสามารถคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1% ได้ต่อ
นอกจากนั้นอยากเห็นค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 34-35 บาท/ดอลลาร์ เพื่อช่วยสนับสนุนภาคส่งออก ภาคเกษตร และการท่องเที่ยวของไทย ส่วนดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ระดับ 1,500 จุดนั้น ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีและมีความน่าสนใจสำหรับนักลงทุน ทั้งนี้ ประเด็นที่น่ากังวลที่สุด คือ แรงกระแทกจากต่างประเทศ โดยเฉพาะนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ (President Trump) ที่อาจใช้มาตรการมาตรา 301 (Section 301) และมาตรการภาษีอื่น ๆ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยโดยตรง นายกอบศักดิ์ จึงเสนอว่าไทยควรหาทางลดสัดส่วนการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนเกือบ 23% ให้ลงมาเหลือเพียง 10% เท่านั้น เพื่อลดความเสี่ยง
ทั้งนี้ แม้เศรษฐกิจโลกจะผันผวน แต่มองว่าเป็นความโชคดีของประเทศไทย ที่กลายเป็นเป้าหมายสำคัญของการลงทุน ในขณะที่ภูมิภาคอื่นยังมีปัญหาความขัดแย้งอยู่ ทั้งในตะวันออกกลาง ยุโรป หรือจีน ซึ่งหากไทยสามารถดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ได้ดี เช่น กรณี TikTok ที่มีการลงทุนในไทยสูงถึง 8 แสนล้านบาท ก็จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคตให้เติบโตได้ถึง 3.5-4%
โจทย์ของปีนี้ที่สำคัญที่สุด คือจะทำอย่างไรที่จะรอดพ้น มีสภาพคล่องที่พอเพียง สามารถพยุงเศรษฐกิจ พยุงตัวเองให้ผ่านไปได้
#เศรษฐกิจไทย69
#กอบศักดิ์
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/161758&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Msm2rJAGLjWVWy1kQnFjF

