
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/69 ขยายตัว 1.9% จากตลาดคาด 1.7% แต่ชะลอลงจาก 2.8%ในไตรมาสแรกของปี 69 และเมื่อปรับผลของฤดูกาลออกแล้ว เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/69 ลดลงจากไตรมาสแรก 0.2%
ด้านการใช้จ่าย การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวเร่งขึ้น การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน การใช้จ่ายภาครัฐ และการส่งออกสินค้าชะลอตัว ขณะที่การลงทุนภาครัฐลดลง ด้านการผลิต สาขาเกษตรกรรม การป่าไม้ และการประมง สาขาการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม สาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหาร สาขาการขายส่งขายปลีก การซ่อมยานยนต์และจักรยานยนต์ สาขาขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า และสาขาก่อสร้างชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้า
“ภาพรวมเศรษฐกิจไทย ไตรมาส 2/69 ขยายตัว 1.9% เมื่อดูเครื่องชี้ทั้งด้านการผลิต และการใช้จ่าย จะเห็นว่าชะลอตัวลงหมด ยกเว้นการส่งออก และการลงทุนที่ขยายตัวได้ดีมาก โดยเฉพาะการลงทุนภาคเอกชน ที่ขยายตัวสูงถึง 13.4% เป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 54 ไตรมาส นับจากปี 2555 และการส่งออกสินค้าในไตรมาส 2 ที่ขยายตัวได้ดีถึง 14.1%” นายดนุชา พิชยนันนท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ ระบุ
ทั้งนี้ ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทย ในช่วงครึ่งปีแรก (ม.ค. – มิ.ย.69) ขยายตัวได้ 2.4%
ส่วนที่ในไตรมาส 2/69 ดุลบัญชีเดินสะพัด ติดลบ 12% ต่อ GDP นั้น นายดนุชา กล่าวว่า ไทยขาดดุลการค้า และขาดดุลบริการ จึงส่งผลให้ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูงในช่วงไตรมาส 2/69 โดยปัจจัยสำคัญมาจากราคาน้ำมัน ซึ่งในช่วงที่เกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้ไทยต้องเร่งนำเข้าน้ำมันเพิ่มขึ้นถึง 117% และเป็นช่วงที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ถ้าหักผลของน้ำมัน กับทองคำออก จะพบว่าดุลการค้าของไทยยังเกินดุล 9 พันล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ดี สถานการณ์ในช่วงถัดไป ที่ไทยนำเข้าน้ำมันจากภูมิภาคอื่นทดแทน และปริมาณน้ำมันในประเทศมีเพียงพอ จนเริ่มจะมีกำลังการผลิตส่วนเกิน ซึ่งหากสามารถบริหารจัดการในส่วนนี้ได้ เช่น ลดกำลังการผลิตลง และพิจารณานำเข้าในปริมาณที่เพียงพอในแต่ละวัน แต่ละเดือน ประกอบกับราคาน้ำมันโลกที่เริ่มปรับตัวลดลง ก็เชื่อว่าจะทำให้ดุลการค้าปรับตัวดีขึ้นได้
“โดยรวม ต้องดูเรื่องดุลบริการด้วย เพราะที่กระทบจากค่า freight ค่าประกัน และนักท่องเที่ยวลดลง ปกติดุลบริการจะเพิ่มในไตรมาสสุดท้าย หลังจากที่นักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะ แต่ปีนี้อาจไม่เป็นอย่างนั้น เพราะประเทศต่าง ๆ มีปัญหาค่าครองชีพ ทำให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาไม่สูงอย่างคาด และอาจทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดปีนี้ -1.2% ต่อ GDP” นายดนุชา กล่าว

ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ไตรมาส 3/69 นั้น เลขาธิการสภาพัฒน์ ประเมินว่า สถานการณ์เศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้นกว่าไตรมาส 2 เนื่องจากในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก จากเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยคาดการณ์ทั้งปี 69 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ในกรอบ 2.0-2.5%
“ช่วงถัดไป มองว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะปรับตัวดีขึ้น และคาดว่าทั้งปีนี้ เศรษฐกิจจะโตได้ 2.2% (ค่ากลาง)” นายดนุชา กล่าว
ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 มองว่า สถานการณ์ต่าง ๆ ยังมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด รวมทั้งเร่งรัดการลงทุนของภาครัฐ และรักษาระดับการลงทุนของภาคเอกชน และภาคการส่งออกให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ปริมาณน้ำเริ่มขาดแคลนในบางจุด อีกทั้งติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าที่อาจจะมีการปรับตัวสูงขึ้น หลังจากดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา ก็ได้มีการเตรียมการไประดับหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะการใช้จ่ายจากเม็ดเงินตาม พ.ร.ก.กู้เงินฯ ในแง่การช่วยเหลือและบรรเทาค่าครองชีพ และการเปลี่ยนผ่านพลังงานในช่วงถัดไป
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/632405&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw227GFI92JvoU8ZyitfzhzB

