สคร. โชว์ผลงานรัฐวิสาหกิจครึ่งปีงบประมาณ 2569 อัดฉีดเม็ดเงินลงทุนทะลุ 1.17 แสนล้านบาท แตะระดับ 50% ของกรอบทั้งปี ชูบิ๊กโปรเจกต์รถไฟทางคู่และรถไฟฟ้าเบิกจ่ายทะลุเป้า หวังใช้เป็นเครื่องยนต์หลักพยุงเศรษฐกิจไทยฝ่าแรงกระแทกจากวิกฤตตะวันออกกลางและต้นทุนพลังงานพุ่ง
สคร. โชว์ผลงานรัฐวิสาหกิจครึ่งปีงบประมาณ 2569 อัดฉีดเม็ดเงินลงทุนทะลุ 1.17 แสนล้านบาท แตะระดับ 50% ของกรอบทั้งปี ชูบิ๊กโปรเจกต์รถไฟทางคู่และรถไฟฟ้าเบิกจ่ายทะลุเป้า หวังใช้เป็นเครื่องยนต์หลักพยุงเศรษฐกิจไทยฝ่าแรงกระแทกจากวิกฤตตะวันออกกลางและต้นทุนพลังงานพุ่ง
นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งในมิติของราคาพลังงานที่ผันผวน เส้นทางการขนส่งที่หยุดชะงัก และต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สคร. จึงได้เร่งรัดให้รัฐวิสาหกิจทั้ง 43 แห่ง ภายใต้การกำกับดูแล ใช้การลงทุนเป็นกลไกหลักในการกระตุ้นและเรียกความเชื่อมั่นให้กับระบบเศรษฐกิจ
จากการติดตามผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของ ปีงบประมาณ 2569 (ต.ค. 2568 – มี.ค. 2569) พบว่ารัฐวิสาหกิจสามารถเบิกจ่ายงบลงทุนรวมได้แล้วถึง 117,176 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 50% ของกรอบงบลงทุนรวมทั้งปีที่ตั้งไว้ระหว่างเดือน ต.ค. 2568 ถึง ก.ย. 2569 จำนวน 235,748 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นอัตราการเบิกจ่ายที่สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเพื่อพยุงเศรษฐกิจในยามวิกฤตได้อย่างทันท่วงที
นางสาวปิยวรรณ ล่ามกิจจา ที่ปรึกษาด้านพัฒนารัฐวิสาหกิจ กล่าวเสริมว่า แรงขับเคลื่อนสำคัญของเม็ดเงินดังกล่าวมาจากการเร่งรัดโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่มีผลการเบิกจ่ายสะสมในระดับสูงอย่างโดดเด่น นำโดยโครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย
ที่ทำยอดเบิกจ่ายพุ่งทะลุเป้าถึง 199% ควบคู่ไปกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ และโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ระยะที่ 2 ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (สายตะวันตก) ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งสามารถเบิกจ่ายได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยที่ระดับ 100% ตามแผนงานที่วางไว้
นายธิบดี กล่าวทิ้งท้ายว่า สคร. จะยังคงเดินหน้ากำกับดูแลและติดตามการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่าเม็ดเงินลงทุนของรัฐจะลงสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และผลักดันให้รัฐวิสาหกิจทำหน้าที่เป็นเสาหลักสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจไทยให้สามารถเติบโตได้ตามเป้าหมาย ท่ามกลางความท้าทายจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1231034&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2pmQgGXmHLBeDKVnVydJfQ

