• Tue. Jul 21st, 2026

มลพิษกลืนกินความทรงจำ WHO ย้ำแก้วิกฤตสิ่งแวดล้อมลดเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม 45%

มลพิษกลืนกินความทรงจำ-who-ย้ำแก้วิกฤตสิ่งแวดล้อมลดเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม-45%มลพิษกลืนกินความทรงจำ WHO ย้ำแก้วิกฤตสิ่งแวดล้อมลดเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม 45%

ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตภาวะสมองเสื่อม หนึ่งในความท้าทายสำคัญระดับประเทศที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงมิติด้านสุขภาพ แต่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม  มีการคาดการณ์ว่าประเทศไทยอาจมีผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมกว่า 680,000 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามโครงสร้างประชากรสูงวัย และความรุนแรงของมลพิษทางอากาศ

ล่าสุด องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยรายงานฉบับปรับปรุงล่าสุดที่เน้นย้ำถึงความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งแวดล้อมและสุขภาพมนุษย์ โดยระบุว่า

ความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมสูงถึง 45% สามารถป้องกันหรือชะลอให้ช้าลงได้ โดยการจัดการกับปัจจัยเสี่ยงที่ปรับเปลี่ยนได้ ซึ่งมี “มลพิษทางอากาศ” เป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญ ควบคู่ไปกับพฤติกรรมอย่างการสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ ความโดดเดี่ยวทางสังคม และกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น ความดันโลหิตสูงและเบาหวาน

วิกฤตสิ่งแวดล้อมส่งผลตรงถึงสมอง

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกชี้ให้เห็นว่าสภาวะสมองเสื่อมไม่ได้เกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรมที่แก้ไขไม่ได้เสมอไป แต่ข้อเท็จจริงในปัจจุบันพบว่า คุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ไม่ยั่งยืน โดยเฉพาะวิกฤตทางอากาศและการรับสารพิษในชีวิตประจำวัน เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เกิดความเสื่อมของระบบประสาท

“เบื้องหลังตัวเลขผู้ป่วยคือปัจเจกบุคคล ครอบครัว และชุมชนที่กำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างใหญ่หลวง ซึ่งกระทบไม่เพียงแค่สุขภาพ แต่ยังรวมถึงศักดิ์ศรีและความเป็นอิสระของชีวิตมนุษย์”

— เดโวรา เคสเทล ผู้อำนวยการฝ่ายโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและสุขภาพจิตขององค์การอนามัยโลก ระบุ

ภาพ: Risk reduction of cognitive decline and dementia: WHO guidelines, second edition

ภาพ: Risk reduction of cognitive decline and dementia: WHO guidelines, second edition

สถิติสะท้อนความรุนแรง

โรคทางสมองกลายเป็นภัยคุกคามระดับโลก ปัจจุบันมีผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมทั่วโลกแล้วกว่า 57 ล้านคน และมีผู้ได้รับการวินิจฉัยรายใหม่เพิ่มขึ้นเกือบ 10 ล้านคนต่อปี ภาวะนี้ถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 7 ของสาเหตุการเสียชีวิตระดับโลก และเป็นแกนหลักที่ทำให้ผู้สูงอายุสูญเสียความสามารถในการพึ่งพาตนเอง โดยมี “โรคอัลไซเมอร์” เป็นรูปแบบที่พบบ่อยที่สุด คิดเป็น 60-70% ของผู้ป่วยทั้งหมด ซึ่งแนวโน้มนี้จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นหากปัญหาทางสิ่งแวดล้อมยังไม่ได้รับการแก้ไข

green-space-who-pollution-dementia-risk-1.jpg

ความเสียหายทางเศรษฐกิจ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์จากการละเลยสิ่งแวดล้อม

นอกเหนือจากมิติทางสุขภาพ ภาวะสมองเสื่อมยังสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจโลกราว 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยประมาณครึ่งหนึ่งของมูลค่านี้เป็นต้นทุนแฝงจากการดูแลที่ไม่ได้รับค่าตอบแทนโดยสมาชิกในครอบครัวและเพื่อน

องค์การอนามัยโลกจึงเสนอแนะให้ทุกภาคส่วนเร่งควบคุมโรคเชิงรุก ส่งเสริมการฝึกทักษะสติปัญญาในกลุ่มเสี่ยง และที่สำคัญที่สุดคือการจัดการสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย เพื่อลดภาระทางเศรษฐกิจและสร้างความยั่งยืนให้กับระบบสาธารณสุขทั่วโลกในทศวรรษหน้า

ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวเพื่อสุขภาวะที่ยั่งยืน

ในการปรับปรุงแนวทางปฏิบัติครั้งนี้องค์การอนามัยโลกมุ่งเป้าไปที่ผู้กำหนดนโยบายเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง โดยเน้นย้ำว่าการเปลี่ยนผ่านสู่เมืองยั่งยืน การลดมลพิษทางอากาศ และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อกิจกรรมทางกาย คือเครื่องมือสำคัญในการตัดวงจรปัจจัยเสี่ยง

“ปัจจุบันวิทยาศาสตร์มีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับปัจจัยแวดล้อมที่ขับเคลื่อนความเสี่ยงสมองเสื่อม และแนวทางฉบับใหม่นี้คือการแปลความรู้ทางวิทยาศาสตร์ให้กลายเป็นการปฏิบัติในระดับนโยบาย”

— เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก กล่าว

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/green-space-who-pollution-dementia-risk&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0tY4LpwODHiAZBqZpo_Rgm