• Fri. Jun 12th, 2026

“พิมพ์ใจ” พร้อมถกเวทีกรอ.ดันยุทธศาสตร์ภาคอุตสาหกรรม  

“พิมพ์ใจ”-พร้อมถกเวทีกรอ.ดันยุทธศาสตร์ภาคอุตสาหกรรม- “พิมพ์ใจ” พร้อมถกเวทีกรอ.ดันยุทธศาสตร์ภาคอุตสาหกรรม  

ประธานส.อ.ท.หวังร่วมบรูณาการภาครัฐ แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ดันโครงการ Made in Thailand สร้างมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)  เปิดเผยว่า ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ( กรอ. ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แก้ไขปัญหาอุปสรรคทางเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย

ขณะเดียวกันสะท้อนถึงบทบาทสำคัญของภาคอุตสาหกรรมในการร่วมกำหนดทิศทางเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นช่องทางสำคัญในการนำข้อเสนอจากภาคเอกชนเข้าสู่กระบวนการกำหนดนโยบายของภาครัฐ

ทั้งนี้ถือเป็นภารกิจสำคัญในการสะท้อนเสียงของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม และผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ท่ามกลางความท้าทายจากเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี การแข่งขันทางการค้า และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว

“ส.อ.ท. พร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน รวบรวมข้อเสนอจากผู้ประกอบการ ถ่ายทอดปัญหาและโอกาสจากภาคอุตสาหกรรมสู่ภาครัฐ เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจ ลดอุปสรรคในการดำเนินงาน และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ”

นอกจากนี้พร้อมผลักดันประเด็นสำคัญผ่านกลไก กรอ. ภายใต้แนวทางการขับเคลื่อนองค์กรด้วยยุทธศาสตร์ “5I” ซึ่งมุ่งยกระดับศักยภาพภาคการผลิตไทย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ และสนับสนุนการเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน

สำหรับหนึ่งในนโยบายสำคัญที่ ส.อ.ท. ให้ความสำคัญ คือ การผลักดัน โครงการ Made in Thailand (MiT) เพื่อส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่ผลิตในประเทศไทย เพิ่มการใช้สินค้าไทยในโครงการของภาครัฐและภาคเอกชน สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs และช่วยให้เม็ดเงินหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้น ซึ่ง ส.อ.ท. ตั้งเป้าผลักดันให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 200,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ส.อ.ท. ยังมุ่งผลักดันการแก้ไขปัญหา “Missing Link” หรือช่องว่างสำคัญในห่วงโซ่อุปทานและระบบเศรษฐกิจไทย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาวัตถุดิบภายในประเทศ การเชื่อมโยงอุตสาหกรรมต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ การยกระดับระบบโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงการบริหารจัดการแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างความเข้มแข็งให้กับ Supply Chain ของประเทศ

นอกจากนี้จะผลักดันการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ในภาคอุตสาหกรรม การสนับสนุนอุตสาหกรรมสีเขียวและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และการเชื่อมโยงประเทศไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าของภูมิภาค

อย่างไรก็ตามส.อ.ท. เชื่อมั่นว่า กลไก กรอ. จะเป็นเวทีสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเร่งผลักดันมาตรการที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน และวางรากฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/43660&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1EFEh4GQlK_u5uwUt3ax7D