• Fri. Jun 12th, 2026

รู้จักโมเดลเศรษฐกิจโลกใหม่ ‘Boom Loop’ นโยบายพลังงานสีเขียว-นวัตกรรมแห่งอนาคต

รู้จักโมเดลเศรษฐกิจโลกใหม่-‘boom-loop’-นโยบายพลังงานสีเขียว-นวัตกรรมแห่งอนาคตรู้จักโมเดลเศรษฐกิจโลกใหม่ ‘Boom Loop’ นโยบายพลังงานสีเขียว-นวัตกรรมแห่งอนาคต

ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่รุมเร้าจนหลายฝ่ายกังวลว่าจะเกิด “วงจรอุบาทว์” หรือ Doom Loop ที่ดึงทุกอย่างดิ่งลงเหว นักเศรษฐศาสตร์ระดับโลกเริ่มถอดรหัสความสำเร็จของกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออก ที่พิสูจน์แล้วว่า “วงจรขาขึ้น (Boom Loop)” สามารถสร้างและส่งต่อได้ผ่านนโยบายรัฐที่เฉียบคม ขณะที่ประเทศไทยกำลังเร่งปรับตัวสู่ห่วงโซ่อุปทานสีเขียว เพื่อสลัดภาพประเทศกับดักรายได้ปานกลางสู่ความมั่งคั่งที่ยั่งยืน

จาก “Doom Loop” สู่ “Boom Loop” พลิกมุมคิดแก้วิกฤติโลก

ในการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ประจำปีนี้ที่เมืองดาโวส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประเด็นหนึ่งที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางคือการที่เศรษฐกิจโลกกำลังติดอยู่ในภาวะวิกฤติซ้ำซ้อน หรือ “Polycrisis” ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤติสภาพภูมิอากาศ และความเหลื่อมล้ำที่ทวีความรุนแรงขึ้น

เอสวาร์ ปราสาด นักเศรษฐศาสตร์ นิยามสิ่งนี้ว่าเป็น “Doom Loop” หรือวงจรอุบาทว์ที่ปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจและการเมืองหมุนวนซ้ำเติมซึ่งกันและกัน จนทำให้เกิดความรู้สึกว่ารัฐบาลต่าง ๆ ทำได้เพียง “วิ่งไล่ตามปัญหา” แทนที่จะเป็นผู้กำหนดทิศทาง

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการอีกฟากหนึ่ง นำโดย หยวน หยวน อัง ชี้ให้เห็นมุมมองที่ต่างออกไป โดยระบุว่า หากเรามองแต่ความล่มสลาย เราจะมองข้ามความสำเร็จของกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น เกาหลีใต้ และจีน ที่ใช้เวลาหลายทศวรรษในการสร้าง “Boom Loop” หรือ วงจรขาขึ้นที่ขับเคลื่อนตัวเองได้ (Self-Reinforcing Cycle)

Boom Loop ทำงานอย่างไร? 

เริ่มต้นจากการที่ภาครัฐเข้ามาช่วยลดความเสี่ยงในอุตสาหกรรมที่มีความไม่แน่นอนสูง นำไปสู่  การลงทุนที่มีประสิทธิภาพ (Investment)  เกิดการพัฒนานวัตกรรม (Innovation)  เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโต (Productivity)  และเมื่อดอกผลของการเติบโตถูกกระจายอย่างทั่วถึงผ่านการจ้างงานและรายได้ที่ดี ประชาชนก็จะให้การสนับสนุนนโยบายของรัฐ เกิดเป็นแรงผลักดันให้รัฐบาลมีศักยภาพในการลงทุนระยะยาวต่อไป เป็นวงจรบวกที่ไม่สิ้นสุด

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ เกาหลีใต้ ที่พัฒนาจากอุตสาหกรรมหนักสู่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ แบตเตอรี่ และเทคโนโลยีเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด รวมถึง จีน ที่ใช้การบริหารจัดการที่ยืดหยุ่นของรัฐขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดจนสามารถลดต้นทุนและครองตลาดโลกได้ในปัจจุบัน

ที่มา : World Economic Forum

ประเทศไทยกับการปรับตัวสู้ศึก “Green Economy”

สำหรับประเทศไทย บริบทของ “Boom Loop” กำลังถูกนำมาประยุกต์ใช้ผ่านนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและพลังงานสะอาด เพื่อสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ (New Growth Engine)

จากการรายงานของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประจำปี พ.ศ. 2568 – พ.ศ. 2569 พบว่า ประเทศไทยเริ่มเห็นสัญญาณของวงจรขาขึ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ซึ่งรัฐบาลไทยใช้มาตรการเชิงรุกในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (FDI) พร้อมทั้งสร้างความต้องการในประเทศ (Demand Creation) ผ่านมาตรการภาษีและการให้เงินอุดหนุน

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงาน ของไทยยังได้เดินหน้าแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) ฉบับใหม่ มุ่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนให้มากกว่า 50% ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Green Energy Statecraft ในระดับสากล ที่เชื่อมโยงความมั่นคงทางพลังงาน สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน

กลไกการตลาดรูปแบบใหม่ บทเรียนที่ไทยสามารถประยุกต์ใช้

หนึ่งในเครื่องมือที่น่าสนใจที่มีการหยิบยกขึ้นหารือในเวทีโลกคือ Clean Commodities Trading Initiative ซึ่งเป็นการที่รัฐบาลใช้ข้อตกลงการซื้อขายระยะยาว (Offtake Agreements) เพื่อสร้างตลาดให้กับสินค้าสีเขียวที่เพิ่งเกิดใหม่ เช่น เหล็กกล้าคาร์บอนต่ำ หรือน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF)

สอดคล้องกับข้อมูลจาก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ที่ระบุว่า ประเทศไทยกำลังเร่งพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิตและการออกใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (REC) เพื่อเป็นกลไกทางการเงินหมุนเวียน (Fiscal Recycling Mechanism) ที่จะช่วยเปลี่ยนการสนับสนุนของภาครัฐในระยะแรก ให้กลายเป็นการเติบโตของตลาดที่พึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/1238209&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1XTJhs52Kj4l5QeyahMHJp