• Tue. Jun 30th, 2026

ธปท.จับตา 4 ปัจจัยเศรษฐกิจ เผยดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล 6.4 พันล้านดอลลาร์ | เดลินิวส์

ธปทจับตา-4-ปัจจัยเศรษฐกิจ-เผยดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล-6.4-พันล้านดอลลาร์-|-เดลินิวส์ธปท.จับตา 4 ปัจจัยเศรษฐกิจ เผยดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล 6.4 พันล้านดอลลาร์ | เดลินิวส์

วันที่ 30 มิ.ย. นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทยเดือนพฤษภาคม 2569 ในภาพรวมอยู่ในภาวะค่อนข้างทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แม้จะเป็นเดือนที่สองที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่สถานการณ์เริ่มมีสัญญาณคลี่คลายในเชิงบวก โดยเฉพาะราคาน้ำมันเฉลี่ยที่ปรับลดลงเมื่อเทียบกับเดือนเมษายน

ด้านอุปสงค์พบว่า การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการซื้อและลงทุนในหมวดยานพาหนะ โดยเฉพาะรถยนต์ EV ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงในช่วงก่อนหน้า ทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังคงปรับลดลงต่อเนื่องจากความกังวลเรื่องค่าครองชีพและผลกระทบของสงครามที่มีต่อราคาสินค้า

ขณะที่ในเดือนพฤษภาคมมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 2.3 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7.5% จากเดือนก่อน โดยมีกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนและมาเลเซียเป็นแรงขับเคลื่อนหลักจากอานิสงส์ของวันหยุดยาว ส่วนกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกล ยุโรปและตะวันออกกลาง เริ่มฟื้นตัวตามจำนวนเที่ยวบินที่กลับมาให้บริการ อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวกลุ่มอาเซียน (ไม่รวมมาเลเซีย) ปรับลดลงเนื่องจากการลดเที่ยวบินของสายการบินต้นทุนต่ำและค่าครองชีพที่สูงขึ้น

ด้านมูลค่าการส่งออก (ไม่รวมทองคำ) ปรับลดลง โดยเฉพาะในหมวดอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องประดับ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเร่งส่งออกไปก่อนหน้านี้ และมาตรการจำกัดการนำเข้าของอินเดียที่กระทบต่อกลุ่มเครื่องประดับ สอดคล้องกับดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ลดลง 0.3% โดยเฉพาะการผลิตรถกระบะและแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้าเกษตรอย่างทุเรียนและมังคุดไปจีนยังคงขยายตัวได้ดี

สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไป อยู่ที่ 2.79% ลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน อยู่ที่ 0.9% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการทยอยส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการในหมวดอาหารสำเร็จรูป

นางปราณี กล่าวว่า ดุลบัญชีเดินสะพัด เดือน พฤษภาคม ขาดดุลลดลงเหลือ 6,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากเดือนก่อนที่ขาดดุล 7,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในเดือนนี้มีการส่งกลับกำไรและเงินปันผลของภาคธุรกิจออกไปประมาณ 3,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

“ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล 6,400 ล้านดอลลาร์ เป็นดุลการค้าขาดดุล 2,600 ล้านดอลลาร์ ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ขาดดุลถึง 6,800 ล้านดอลลาร์ จากดุลพลังงานน้อยลง มีปริมาณนำเข้าน้ำมันน้อยลงหลังจากเร่งไปในเดือนก่อนหน้าแล้ว ซึ่งดุลบัญชีเดินสะพัดควรดีกว่านี้ ถ้าไม่มีการส่งกลับเงินกำไรและเงินปันผลส่วนนี้มี 3,800 ล้านดอลลาร์”

ทั้งนี้คาดว่า ดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มปรับดีขึ้นจากปริมาณการนำเข้าน้ำมันไม่เร่งเหมือนช่วงที่ผ่านมา และเพียงพอต่อความต้องการ โดยติดตามน้ำมันลดลง การพ้นฤดูกาลส่งกลับกำไร และการเข้าฤดูท่องเที่ยวช่วงปลายปี ทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัด อาจสมดุลหรือติดลบเล็กน้อยสิ้นปีนี้

ขณะที่เงินบาทและดัชนีค่าเงิน (NEER) อ่อนค่าเล็กน้อยจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ตามภาวะปิดรับความเสี่ยงของนักลงทุนจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์

ส่วนด้านการแรงงาน ภาพรวมยังทรงตัวแต่เริ่มเห็นแนวโน้มการนำระบบอัตโนมัติมาใช้ในโรงงานเปิดใหม่มากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะยาวเพื่อยกระดับทักษะแรงงานให้ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้

สำหรับแนวโน้มเดือนมิถุนายน 2569 คาดว่าเศรษฐกิจอาจชะลอตัวลงเล็กน้อย โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่ยังมีแรงกดดันจากการลดเที่ยวบิน แต่ยังมีปัจจัยบวกจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งจะช่วยลดค่าครองชีพและกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย

ปัจจัยที่ต้องติดตามหลังจากนี้ คือ 1.ผลกระทบของค่าครองชีพและต้นทุนที่สูงขึ้นต่อครัวเรือนและธุรกิจ 2.ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้าของสหรัฐ 3.ผลของมาตรการภาครัฐ และ 4. พัฒนาการของสถานการณ์เอลนีโญ

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5989467/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2QGpPEdFko6i-kQGV-e1J6