AFP รายงานว่ากัว เจียคุน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนได้กล่าวระหว่างการแถลงข่าวในวันนี้ (อังคารที่ 30 มิย.) ว่า “จีนและอียูเป็นพันธมิตร ไม่ใช่คู่แข่ง” และว่า “ต้นตอของปัญหาที่อียูกำลังเผชิญอยู่นั้นไม่ได้มาจากจีน”
กัวยังกล่าวต่อว่า “กุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการค้าระหว่างทั้งสองฝ่ายอยู่ที่การยกระดับความร่วมมือและบรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกัน” และว่าจีน “พร้อมที่จะส่งเสริมให้มีการพูดคุยสื่อสารระหว่างกัน รวมทั้งแก้ปัญหาความแตกต่างทางการค้าที่ด้วยวิธีที่เหมาะสมและสร้างสรร”
การออกมาแถลงข่าวของจีนมีขึ้นหลังจากที่มารอส เซฟโควิช กรรมาธิการการค้าของสหภาพยุโรป ได้มีการประชุมพบปะกับนายหวาง เหวินเทา รัฐมนตรีพาณิชย์จีนที่กรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยี่ยมซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่อียูเมื่อวานนี้ (จันทร์ที่ 29 มิย.) เพื่อหารือเรื่องปัญหาการขาดดุลการค้าของอียูต่อจีน ซึ่งระหว่างการประชุม เซฟโควิชได้ประกาศอย่างชัดเจนว่า “การคงสถานะเดิมของการค้าไม่ใช่ทางเลือก” ซึ่งหมายถึงลักษณะการทำการค้าระหว่างอียูกับจีนจะต้องมีการปรับเปลี่ยนใหม่ จะเหมือนเดิมไม่ได้
เซฟโควิชโวยต่อว่า “ช่องว่างทางการค้าของอียูกับจีนกว้างขึ้นเรื่อยๆ การส่งออกของจีนไปยังสหภาพยุโรปยังคงเพิ่มขึ้น ในขณะที่ส่วนแบ่งการตลาดของอียูในจีนกลับหดตัวลง”
ทั้งนี้อียูวิตกว่าอาจจะต้องสูญเสียอุตสาหกรรมบางประเภทไปอย่างสิ้นเชิงหากไม่ดำเนินการใดๆ เพื่อต่อต้านสินค้าราคาถูกจากจีนจำนวนมากที่หลั่งไหลเข้ามา และกำลังคุกคามผู้ผลิตในยุโรป
ยุโรปได้ยืนยันถึงความจำเป็นในการแข่งขันที่เป็นธรรม โดยชี้ว่าบริษัทจีนได้เปรียบอย่างไม่เป็นธรรมเนื่องจากได้รับการอุดหนุนอย่างมหาศาลจากรัฐบาล
นอกจากความไม่สมดุลทางการค้าแล้ว อียูยังจี้ถึงปัญหาอื่นๆรวมทั้งมาตรการควบคุมการส่งออกแร่ธาตุหายากที่เข้มงวดของจีน ซึ่งมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจสมัยใหม่ และจีนได้ประกาศใช้เมื่อปีที่แล้ว
เซฟโควิชและหวางมีกำหนดจะพบกันอีกครั้งในเดือนตุลาคมที่จีน

