• Wed. Sep 9th, 2026

สอท.เปิดปัจจัยฉุดดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ งวด ส.ค. ลดลง

สอทเปิดปัจจัยฉุดดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ-งวด-สค.-ลดลงสอท.เปิดปัจจัยฉุดดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ งวด ส.ค. ลดลง

ส.อ.ท.เผยดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ เดือนส.ค. ลดลงแตะ 89.7 เหตุฝนตกหนัก-ต้นทุนพุ่ง-กำลังซื้อหด หนุนซื้อสินค้าไทย-ดัน E20 เร่งเศรษฐกิจปลายปี

9 ก.ย. 2569 – นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ประจำเดือนส.ค.2569 อยู่ที่ระดับ 89.70 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 90.0 ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ เพิ่มความเสี่ยงต่อพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ ทั้งการคมนาคมขนส่ง และการจัดหาวัตถุดิบทางการเกษตร กอปรกับราคาพลังงานและวัตถุดิบปิโตรเคมียังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องปรับตัวเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ตลาดรถยนต์ยังเผชิญข้อจำกัดจากกำลังซื้อและการเข้าถึงสินเชื่อ โดยเฉพาะรถกระบะ ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ลดลงช่วงเดียวกันของปีก่อน 17.38% ขณะที่การลงทุนยังคงกระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ส่งผลให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) รวมถึงอุตสาหกรรมดั้งเดิม ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงโอกาสการลงทุน ทั้งยังเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนการผลิตที่อยู่ในระดับสูง การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการแข่งขันจากสินค้านำเข้า

นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส และ ไทยช่วยไทย x Local Low Cost ช่วยเพิ่มการหมุนเวียนของเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานราก ตลอดจนกระตุ้นการบริโภคและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภูมิภาค

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมคาดการณ์ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 97.0 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนอยู่ที่ระดับ 96.1 สะท้อนว่าผู้ประกอบการมีมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าดีขึ้น โดยปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ได้แก่ โครงการ Thailand Fast Pass ซึ่งคาดว่าจะช่วยเร่งการลงทุนและนำเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ประกอบกับการเข้าสู่ช่วงเทศกาลจับจ่ายใช้สอยปลายปี คาดว่าจะส่งผลดีต่อกำลังซื้อและคำสั่งซื้อสินค้าในประเทศ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 รวมถึงการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน น่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเพิ่มการหมุนเวียนของเม็ดเงินและสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

“ภาคอุตสาหกรรมยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความไม่แน่นอนของมาตรการด้านภาษีของสหรัฐ ภายหลังประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Tier 2 ตามรายงาน The Great Transshipment Scam ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าที่ไม่ใช่กลุ่มเทคโนโลยี (Non-Tech) ในระยะต่อไป”

ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ยังสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพของแหล่งผลิตและห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบ ตลอดจนเพิ่มความผันผวนของราคาพลังงาน ขณะที่ความผันผวนของสภาพอากาศจากปรากฏการณ์ Super El Niño อาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร ปริมาณวัตถุดิบ และการดำเนินธุรกิจของภาคอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม สภาอุตฯ จึงมีข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ ให้ผลักดันน้ำมันเบนซิน E20 เป็นน้ำมันพื้นฐานของประเทศ ช่วยลดต้นทุนพลังงาน ลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบในประเทศ เชื่อมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) สู่ซัพพลายเออร์ไทย ผ่านการเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ของบีโอไอ และส่งเสริมให้ประชาชนและภาครัฐซื้อสินค้าไทย ผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชน ร้านค้าโมเดิร์น เทรด และอี คอมเมิร์ซ

เพิ่มเพื่อน

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/1066384/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1fzniWfRsKAc5b0BXf4ScW