• Tue. Aug 18th, 2026

สะเทือนภาพลักษณ์!! โพล “ไฟแนนเชียล ไทมส์” ชี้ชาวมะกันเกินครึ่ง ระบุชัดชีวิตยุค “ทรัมป์” แย่ลง เศรษฐกิจเดินไปในทิศทางผิดๆ | TOPNEWS

สะเทือนภาพลักษณ์!!-โพล-“ไฟแนนเชียล-ไทมส์”-ชี้ชาวมะกันเกินครึ่ง-ระบุชัดชีวิตยุค-“ทรัมป์”-แย่ลง-เศรษฐกิจเดินไปในทิศทางผิดๆ-|-topnewsสะเทือนภาพลักษณ์!! โพล “ไฟแนนเชียล ไทมส์” ชี้ชาวมะกันเกินครึ่ง ระบุชัดชีวิตยุค “ทรัมป์” แย่ลง เศรษฐกิจเดินไปในทิศทางผิดๆ | TOPNEWS

ผลสำรวจใหม่ล่าสุด พบชาวอเมริกันผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากกว่าครึ่ง ระบุว่า ฐานะของพวกเขาแย่ลง ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังบริหารประเทศมานาน 1 ปีครึ่ง ทั้งยังพบว่า พรรคเดโมแครตเป็นต่อในศึกเลือกตั้งกลางเทอม

สะเทือนภาพลักษณ์!! โพล “ไฟแนนเชียล ไทมส์” ชี้ชาวมะกันเกินครึ่ง ระบุชัดชีวิตยุค “ทรัมป์” แย่ลง เศรษฐกิจเดินไปในทิศทางผิดๆ – Top News รายงาน

ผลการสำรวจออนไลน์ ที่ โฟคัลเดตา ( Focaldata ) บริษัทวิจัยในลอนดอน จัดทำให้กับ ไฟแนนเชียล ไทมส์ สื่อธุรกิจชั้นนำในอังกฤษ เป็นการวัดความรู้สึกของชาวอเมริกัน ในขณะที่เหลือเวลาอีก 3 เดือนจะถึงการเลือกตั้งกลางเทอม

โดยรวมแล้ว ชาวอเมริกันทุกฝ่ายทางการเมือง กล่าวว่า พวกเขามีชีวิตแย่ลง กว่าเมื่อ 19 มกราคม 2568 ซึ่งเป็นวันที่ โจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต สิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี และเตรียมส่งไม้ต่อให้กับทรัมป์

ประมาณ 53 % ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด กล่าวว่า พวกเขามีฐานะแย่ลงในขณะนี้ เนื่องจากสงครามกับอิหร่านและปัญหาต่างๆ ที่ผลักดันค่าครองชีพสูงขึ้น รวมถึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ชาวรีพับลิกันที่คิดแบบเดียวกันอยู่ที่ 25% และสูงกว่านั้นในกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งอิสระ ซึ่งอยู่ที่ 57%

เกือบ 2 ใน 3 กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเคลื่อนไปในทิศทางที่ผิด มีเพียง 25% กล่าวว่ากำลังมุ่งไปในทิศทางที่ถูกต้อง

ชาวอเมริกันผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ยังให้พรรคเดโมแครต เหนือกว่าพรรครีพับลิกัน ในเรื่องเงินเฟ้อและค่าครองชีพ รวมถึงการจ้างงานและเศรษฐกิจ คะแนนความนิยมของทรัมป์ในเรื่องอัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพนั้นอ่อนแอเป็นพิเศษ โดยมีถึง 64% ไม่พอใจในผลงาน รวมถึงเกือบ 7 ใน 10 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งอิสระ และประมาณ 1 ใน 3 ของชาวรีพับลิกัน ซึ่งนี่อาจเป็นสัญญาณที่แย่ที่สุดสำหรับพรรครีพับลิกัน เพราะเชื่อกันว่า การสนับสนุนในประเด็นเหล่านี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทรัมป์ชนะ กมลา แฮร์ริส คู่แข่ง ในศึกชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีปี 2567

โดยรวมแล้ว 55% ไม่พอใจผลงานของทรัมป์ ขณะที่คะแนนความนิยมสุทธิของทรัมป์ในหมู่พรรครีพับลิกันลดลง 8 จุด จากเดือนก่อนหน้า

พรรคเดโมแครต ยังมีคะแนนนิยมนำพรรครีพับลิกัน 44% ต่อ 39% เมื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งถูกถามว่า พวกเขามีแนวโน้มที่จะสนับสนุนพรรคใด ในการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า พรรคเดโมแครตอยู่ในตำแหน่งที่จะกลับมาควบคุมสภาผู้แทนราษฎรได้ ในขณะที่การควบคุมวุฒิสภา อาจจะยากกว่า

พรรคเดโมแครต จำเป็นต้องได้ที่นั่งเพิ่ม 4 ที่นั่งในวุฒิสภา และอีก 4 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ได้เสียงข้างมากในสองสภาในปีหน้า การทำเช่นนั้นได้ในสภาใดสภาหนึ่ง จะขัดขวางการออกกฎหมายที่เป็นไปในลักษณะแบ่งพรรคแบ่งพวกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในระยะ 2 ปีข้างหน้า ซึ่งจะทำให้วาระของพรรครีพับลิกันหมดไป ยกเว้นนโยบายที่ประธานาธิบดีและคณะรัฐมนตรีสามารถทำได้ด้วยอำนาจของฝ่ายบริหาร

นอกจากนี้ หากพรรคเดโมแครต ได้ครองสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาอีกครั้ง พวกเขาได้ให้คำมั่นแล้วว่า จะสอบสวนธุรกรรมทางการเงินของครอบครัวทรัมป์ รวมถึงผลกำไรที่สูงเป็นประวัติการณ์ ภายใต้การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สองของทรัมป์ คณะกรรมาธิการฯหลายชุด ยังกำลังพิจารณาอำนาจการออกหมายเรียกของรัฐสภา เพื่อสอบสวนการไล่ออกและการเปลี่ยนแปลงเชิงสถาบัน ที่มี อีลอน มัสก์ เป็นหัวหอก เมื่อครั้งเป็นที่ปรึกษาพิเศษของทรัมป์ด้วย

ผลสำรวจออนไลน์ของไฟแนนเชียลไทมส์ จัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 7 ถึง 10 สิงหาคม โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 1 พัน 913 คน มีค่าความคลาดเคลื่อน บวกลบ 2.9%

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1664546&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw36cinXWfjfgGnP2l3pqCDE