• Tue. Aug 18th, 2026

‘เอกนิติ’ มองขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 6 แสนล้าน สะท้อนเศรษฐกิจ ‘เปราะบาง’ จุดชนวนเร่งเปลี่ยนผ่าน

‘เอกนิติ’-มองขาดดุลบัญชีเดินสะพัด-6-แสนล้าน-สะท้อนเศรษฐกิจ-‘เปราะบาง’-จุดชนวนเร่งเปลี่ยนผ่าน‘เอกนิติ’ มองขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 6 แสนล้าน สะท้อนเศรษฐกิจ ‘เปราะบาง’ จุดชนวนเร่งเปลี่ยนผ่าน

“เอกนิติ” ห่วงเศรษฐกิจไทยเปราะบาง ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดไตรมาส 2 ปี 2569 กว่า 6 แสนล้านบาท หลังนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางจำนวนมาก ชี้ความจำเป็นเร่งด่วนในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน จ่อใช้งบ พ.ร.ก. เงินกู้เป็นทุน “Jump Start” สร้างความมั่นคงทางพลังงานระยะยาว

ภายหลังสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพี ไตรมาสที่ 2 ปี 2569 พบว่าเศรษฐกิจไทยขยายตัวเพียง 1.9% ชะลอลงจาก 2.8% ในไตรมาสที่ 1 ขณะเดียวกันตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดพลิกกลับมา “ขาดดุล” เป็นครั้งแรกในรอบ 8 ไตรมาสที่ 1.76 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือกว่า 12% ของจีดีพี

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การที่ไตรมาส 2 ไทยพลิกกลับมาขาดดุลบัญชีเดินสะพัดถึง 1.76 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6 แสนล้านบาท จากที่เคยเกินดุล 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในไตรมาสแรก ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลขที่สะท้อน “จุดเปราะบาง” ของเศรษฐกิจไทย

พร้อมกันนี้ ได้ชี้ให้เห็นว่าโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันมีความอ่อนไหวอย่างมากต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก เนื่องจากไทยยังต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากประเทศในตะวันออกกลางจำนวนมาก เพื่อรองรับภาคการขนส่งที่ยังพึ่งพาพลังงานฟอสซิลเป็นหลัก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ

ดังนั้น รัฐบาลจึงมีความจำเป็นต้องเร่งผลักดันการเปลี่ยนผ่านพลังงานผ่านโครงการต่างๆ เช่น โซลาร์รูฟท็อป, ระบบโครงข่ายไฟฟ้า, ระบบกักเก็บพลังงาน, และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งถือเป็นการลงทุนใน “โครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต” ช่วยลดการนำเข้า และสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังตั้งเป้าหมายเปลี่ยนผ่านระบบขนส่งสาธารณะให้เป็นรถ EV โดยจะเดินหน้าหารือผู้ประกอบการในภาคคมนาคมขนส่งเกี่ยวกับเป้าหมาย และแผนการใช้จ่ายงบประมาณภายในสัปดาห์นี้ โดยโครงการทั้งหมดที่กล่าวมา คาดว่าจะใช้งบประมาณภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน ตามแผนที่ 2 วงเงินตามบัญชี 200,000 ล้านบาท 

“เหตุการณ์สงครามในอิหร่านถือเป็นจุดเปลี่ยน และสัญญาณเตือนว่า ไทยไม่สามารถรอให้วิกฤติราคาพลังงานเกิดขึ้นต่อเนื่องแล้วจึงค่อยแก้ปัญหา”

“Jump Start” จุดชนวนสร้างความเปลี่ยนแปลง

นายเอกนิติ เน้นย้ำว่าเงินจาก พ.ร.ก. เงินกู้  ไม่ใช่งบประมาณเพื่อใช้จ่ายชั่วคราวเพียงอย่างเดียว แต่จะช่วยให้ประเทศผลิตและบริหารจัดการพลังงานได้ดีขึ้น ลดการนำเข้าเชื้อเพลิง ลดต้นทุนจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก และสร้างฐานสำหรับการลงทุนใหม่ของภาคเอกชน 

โดยเม็ดเงินก้อนนี้จะทำหน้าที่เป็นเสมือนตัวจุดชนวนหรือ “Jump Start” เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว และให้ผลต่อเนื่องในระยะยาว  

“เงินก้อนนี้ ถือได้ว่าเป็น “Jump Start” ที่สำคัญ แม้ว่าอาจยังไม่สามารถเปลี่ยนได้ทั้งหมด แต่จะเป็นจุดเริ่มต้นสู่เป้าหมายที่เราตั้งไว้ 3 ด้าน คือ 1. เปลี่ยนผ่านพลังงาน, 2.เยียวยา-ช่วยลดภาระค่าไฟ ค่ารถต่างๆ และ 3. ส่งเสริมอุตสาหกรรมในประเทศ” นายเอกนิติ กล่าวในตอนท้าย

พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1247830&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1zArhrUZ9KRr46oxPl8CJW