
‘แบงก์ชาติ’ เผยเศรษฐกิจไทยเดือน พ.ค. 69 ยังทรงตัว ชี้การบริโภค-ลงทุนภาคเอกชนฟื้นเล็กน้อย อานิสงส์แรงซื้อรถ EV บูม หลังน้ำมันแพง ห่วงปมลดเที่ยวบินกดดันภาคการท่องเที่ยว พร้อมจับตาผลกระทบค่าครองชีพ-ต้นทุนสูง มาตรการรัฐ และสถานการณ์เอลนีโญ
30 มิ.ย. 2569 – นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทยในเดือน พ.ค. 2569 ว่า ภาพรวมอยู่ในภาวะค่อนข้างทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แม้จะเป็นเดือนที่สองที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่สถานการณ์เริ่มมีสัญญาณคลี่คลายในเชิงบวก โดยเฉพาะราคาน้ำมันเฉลี่ยที่ปรับลดลงเมื่อเทียบกับเดือน เม.ย.
ด้านอุปสงค์ พบว่า การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการซื้อและลงทุนในหมวดยานพาหนะ โดยเฉพาะรถยนต์ EV ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงในช่วงก่อนหน้า ทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังคงปรับลดลงต่อเนื่องจากความกังวลเรื่องค่าครองชีพและผลกระทบของสงครามที่มีต่อราคาสินค้า ขณะที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดิมทางเข้าไทย 2.3 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7.5% จากเดือนก่อน โดยมีกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนและมาเลเซียเป็นแรงขับเคลื่อนหลักจากอานิสงส์ของวันหยุดยาว ส่วนกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกล ยุโรปและตะวันออกกลาง เริ่มฟื้นตัวตามจำนวนเที่ยวบินที่กลับมาให้บริการ อย่างไรก็ตาม
ด้านมูลค่าการส่งออกปรับลดลง โดยเฉพาะในหมวดอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องประดับ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเร่งส่งออกไปก่อนหน้านี้ และมาตรการจำกัดการนำเข้าของอินเดียที่กระทบต่อกลุ่มเครื่องประดับ สอดคล้องกับดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ลดลง 0.3% โดยเฉพาะการผลิตรถกระบะและแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้าเกษตรอย่างทุเรียนและมังคุดไปจีนยังคงขยายตัวได้ดี
สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไป อยู่ที่ 2.79% ลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน อยู่ที่ 0.9% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการทยอยส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการในหมวดอาหารสำเร็จรูป ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัด เดือน พ.ค. ขาดดุลลดลงเหลือ 6,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากเดือนก่อน โดยคาดว่า ดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มปรับดีขึ้นจากปริมาณการนำเข้าน้ำมันไม่เร่งเหมือนช่วงที่ผ่านมา และเพียงพอต่อความต้องการ โดยติดตามน้ำมันลดลง การพ้นฤดูกาลส่งกลับกำไร และการเข้าฤดูท่องเที่ยวช่วงปลายปี ทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัด อาจสมดุลหรือติดลบเล็กน้อยสิ้นปีนี้
นางปราณี กล่าวอีกว่า ในส่วนของเงินบาทและดัชนีค่าเงิน (NEER) อ่อนค่าเล็กน้อยจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ตามภาวะปิดรับความเสี่ยงของนักลงทุนจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ส่วนด้านการแรงงาน ภาพรวมยังทรงตัวแต่เริ่มเห็นแนวโน้มการนำระบบอัตโนมัติมาใช้ในโรงงานเปิดใหม่มากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะยาวเพื่อยกระดับทักษะแรงงานให้ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้
สำหรับแนวโน้มเดือน มิ.ย. 2569 คาดว่า เศรษฐกิจอาจชะลอตัวลงเล็กน้อย โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่ยังมีแรงกดดันจากการลดเที่ยวบิน แต่ยังมีปัจจัยบวกจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งจะช่วยลดค่าครองชีพและกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย โดยปัจจัยที่ต้องติดตามหลังจากนี้ คือ 1.ผลกระทบของค่าครองชีพและต้นทุนที่สูงขึ้นต่อครัวเรือนและธุรกิจ 2.ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้าของสหรัฐฯ 3.ผลของมาตรการภาครัฐ และ 4. พัฒนาการของสถานการณ์เอลนีโญ
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/1023827/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Ne3m9HMQeRlIT_L4XdD8m


