• Tue. Jun 30th, 2026

ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ | เดลินิวส์

ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่-|-เดลินิวส์ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ | เดลินิวส์

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บ้านเรามีข่าวดี เรื่องเศรษฐกิจ แต่ถูก กลบด้วยเรื่องลบ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P Global Ratings ได้ประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย ไว้วางใจที่ระดับ BBB+ พร้อมแนวโน้มมีเสถียรภาพ หรือ Stable Outlook ว่าการคงอันดับครั้งนี้ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย และเสถียรภาพด้านการคลัง

นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน (18 มิ.ย. 2569) สถาบัน IMD ได้จัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของไทย มีอันดับดีขึ้น 4 อันดับ จากอันดับที่ 30 ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 26 จากกว่า 70 เขตเศรษฐกิจ

ส่วนนายวิทัย รัตนากรผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศ ไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ได้ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2569 มี
แนวโน้มขยายตัว 2.0% จากผลของมาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิมที่มองว่า GDP จะขยายตัวเพียง 1.5% หลังจากได้รับ ผลกระทบของสงคราม และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

นั่นหมายความว่า แนวทาง การบริหารงานเศรษฐกิจ ของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล มาถูกทางแล้วทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการช่วยเหลือประชาชน ส่วน นายเอกนิติ  นิติทัณฑ์ประภาศรองนายกฯ และ รมว.คลัง ให้ความเห็นกรณีสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P Global Ratings ได้อันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยไว้วางใจที่ระดับ BBB+ พร้อมแนวโน้มมีเสถียรภาพว่า สะท้อนความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย และเสถียรภาพด้านการคลัง

นอกจากนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวชิ้นหนึ่งที่อาจสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในอีก 10-20 ปีข้างหน้า แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก ครม.ให้ความเห็นชอบ ผลการจัดทำ Strategic Environmental Assessment (SEA) หรือการประเมินสิ่งแวดล้อม ระดับยุทธศาสตร์ สำหรับแผนแม่บทพัฒนาพื้นที่ จังหวัดสงขลา และ ปัตตานี หลังใช้เวลาดำเนินการกว่า 2 ปี 8 เดือน

โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่การผลักดัน อำเภอจะนะ”  จ.สงขลา ให้เป็นเมือง ต้นแบบอุตสาหกรรม ก้าวหน้าแห่งอนาคต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ที่รัฐบาลวางไว้ตั้งแต่ปี 2559 สมัยรัฐบาล พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเคยมีข้อถกเถียงในอดีต เพราะมีข้อกังวล เรื่องสิ่งแวดล้อม และ ผลกระทบต่อชุมชน

การทำ SEA ครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อ สร้างฉันทามติร่วมกัน โดยเปิดรับฟังความคิดเห็น จาก ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกว่า 5,000 คน ครอบคลุม 10 กลุ่มหลัก เพื่อหาแนวทางพัฒนาที่ สมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สิ่งที่รัฐบาลมองไกลกว่าการสร้างนิคมอุตสาหกรรม คือการวาง โครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ ให้ภาคใต้ตอนล่าง พื้นที่สงขลา-ปัตตานีมีศักยภาพเชื่อมต่อทั้งอ่าวไทย ชายแดนมาเลเซีย และเส้นทางการค้าสู่ประเทศมุสลิมในภูมิภาค

หากได้รับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อย่างเป็นระบบ พื้นที่นี้สามารถกลายเป็น ศูนย์กลางโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมแปรรูปเกษตร และ การค้าชายแดน ที่สำคัญของประเทศได้ ในมุมนักลงทุน เรื่องนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับสงขลา หรือปัตตานีเท่านั้น แต่กำลังสะท้อนว่าไทยกำลังเริ่มกลับมาคิดเรื่อง การพัฒนาเมืองเศรษฐกิจใหม่ นอกกรุงเทพฯ มากขึ้น

และเมื่อรัฐเริ่มลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน สิ่งที่ตามมามักเป็นการขยายตัวของที่ดิน การลงทุนภาคเอกชน โรงงาน คลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า รวมถึงความต้องการ ที่อยู่อาศัยในระยะยาว แน่นอนว่าเส้นทางนี้ยังอีกไกล เพราะหลังจาก SEA ผ่านแล้ว ยังต้องมีแผนงาน โครงการลงทุน และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ต่อเนื่อง

แต่สำหรับนักลงทุน สิ่งที่น่าสนใจคือประเทศไทย กำลังเริ่มวางหมากเศรษฐกิจ ในภูมิภาคใหม่อีกครั้ง และคำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่า จะนะจะเกิดหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าอีก 10 ปีข้างหน้า ภาคใต้ตอนล่างจะมีบทบาทในเศรษฐกิจไทยมากกว่าที่เราคิดไว้แค่ไหน และจะดึงเม็ดเงินลงทุนได้มากเพียงใด หลังจากแผนแม่บทเริ่ม ถูกนำไปปฏิบัติจริง.

“เขื่อนขันธ์”

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5984883/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1oGT43BYmprtVFPoHM-yhv