• Fri. Jun 12th, 2026

เจาะยุทธศาสตร์ ไทย-รัสเซีย ใน SPIEF 2026 ฝ่าภูมิรัฐศาสตร์สู่ระเบียบเศรษฐกิจใหม่

เจาะยุทธศาสตร์-ไทย-รัสเซีย-ใน-spief-2026-ฝ่าภูมิรัฐศาสตร์สู่ระเบียบเศรษฐกิจใหม่เจาะยุทธศาสตร์ ไทย-รัสเซีย ใน SPIEF 2026 ฝ่าภูมิรัฐศาสตร์สู่ระเบียบเศรษฐกิจใหม่

รัสเซียใช้เวที SPIEF 2026 ส่งสัญญาณถึงไทยและอาเซียน เดินหน้าสร้างเครือข่ายการค้า การลงทุน และเทคโนโลยี รับโลกหลังความขัดแย้ง ยังมองไทยเป็นหุ้นส่วนสำคัญในยุทธศาสตร์เศรษฐกิจระยะยาวของภูมิภาค

“การประชุมเศรษฐกิจนานาชาติเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก” หรือ “SPIEF” เวทีเศรษฐกิจประจำปีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศนี้จนได้ชื่อว่าเป็น “ดาวอส รัสเซีย” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-6 มิ.ย. ปีนี้ ถูกจับตามองอีกครั้งหลังตัวแปรใหม่อย่างสงครามตะวันออกกลางทำให้รัสเซียขึ้นมามีบทบาทมากขึ้นในแง่ของการค้าพลังงานในช่วงที่ผ่านมา

และท่ามกลางความพยายามของรัสเซียในการปรับทิศทางเศรษฐกิจสู่ “ซีกโลกใต้” เพื่อลดการพึ่งพาตลาดตะวันตก เวที SPIEF 2026 ยังสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของมอสโกในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระยะยาวกับประเทศคู่ค้าใหม่ๆ โดยเฉพาะในอาเซียนซึ่ง “ไทย” ก็เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์ดังกล่าว

‘หุ้นส่วนสำคัญ’ ในความสัมพันธ์ 130 ปี

แม็กซิม เรเชตนิคอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจรัสเซีย กล่าวบนเวที Russia-Thailand Business Dialogue ซึ่งเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญภายใน SPIEF ปีนี้ว่า ในมุมมองของรัสเซีย ไทยยังคงเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่สำคัญที่สุดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ไม่เพียงเป็นตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ยังเป็นประเทศที่มีความชัดเจนด้านกฎระเบียบ มีเสถียรภาพ และมีโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับการพัฒนาอย่างดี ทั้งในด้านพลังงาน เทคโนโลยี และสินค้าโภคภัณฑ์

เจาะยุทธศาสตร์ ไทย-รัสเซีย ใน SPIEF 2026 ฝ่าภูมิรัฐศาสตร์สู่ระเบียบเศรษฐกิจใหม่

รมว.การพัฒนาเศรษฐกิจรัสเซียย้ำด้วยว่า ความร่วมมือระหว่างสองประเทศซึ่งมีประวัติยาวนานเกือบ 130 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2440 ยังมีศักยภาพในการขยายตัวได้อีกมาก

หัวใจสำคัญของความร่วมมือยังคงเป็นเรื่องการค้า โดยในปีที่ผ่านมามูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศขยายตัวมากกว่า 2% และในช่วงต้นปีนี้ยังคงเติบโตต่อเนื่อง รัสเซียได้เพิ่มการส่งออกเหล็ก อะลูมิเนียม เฟอร์โรอัลลอย และเริ่มส่งออกแร่และสินแร่เข้มข้นมากขึ้น ขณะเดียวกัน รัสเซียก็นำเข้าสินค้าจากไทยเพิ่มขึ้นทั้งในด้านคอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ ยางรถยนต์ รวมถึงผลไม้และถั่ว

อย่างไรก็ตาม ยังมีความจำเป็นที่จะต้อง “กระจายโครงสร้างการค้าและการลงทุนให้หลากหลายยิ่งขึ้น” โดยนอกเหนือจากภาคการท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ อีกหนึ่งสาขาที่รัสเซียมองว่ามีศักยภาพสูงคือ ด้านการแพทย์และสาธารณสุข รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของไทยที่ต้องการพัฒนาภาคส่วนดังกล่าว

ฝ่ายรัสเซียยังพูดถึงความพยายามผลักดันให้เกิดความคืบหน้าในการเจรจาเขตการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (EAEU) ที่บางประเทศในอาเซียน เช่น เวียดนามและอินโดนีเซีย ได้ลงนามไปแล้ว รวมถึงข้อตกลงส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนอื่นๆ ไปจนถึงระบบการชำระเงิน ซึ่งเรเชตนิคอฟระบุว่า “กฎเกณฑ์ที่ชัดเจนและสามารถคาดการณ์ได้ จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งสองฝ่าย

เจาะยุทธศาสตร์ ไทย-รัสเซีย ใน SPIEF 2026 ฝ่าภูมิรัฐศาสตร์สู่ระเบียบเศรษฐกิจใหม่ เจาะยุทธศาสตร์ ไทย-รัสเซีย ใน SPIEF 2026 ฝ่าภูมิรัฐศาสตร์สู่ระเบียบเศรษฐกิจใหม่

จากน้ำมันสู่ AI 

รมว.การพัฒนาเศรษฐกิจรัสเซีย ยังคงย้ำสารเดิมที่ฝ่ายรัสเซียเคยส่งมาก่อนหน้านี้ว่า ท่ามกลางสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซและความต้องการด้านพลังงานของไทย รัสเซียพร้อมจัดหาพลังงานในราคาที่เป็นมิตร รวมถึงพร้อมส่งมอบเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งประเด็นที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของรัสเซีย คือความพยายามนำเสนอภาพลักษณ์ทางเศรษฐกิจใหม่ ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ

เรเชตนิคอฟระบุว่า รัสเซียพร้อมแบ่งปันองค์ความรู้และเทคโนโลยีในสาขาที่ตนมีความเชี่ยวชาญ ตั้งแต่ความมั่นคงไซเบอร์ ระบบรัฐบาลดิจิทัล การจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล ไปจนถึงเทคโนโลยีด้าน Digital Sovereignty โดยในหลายช่วงของการเสวนา ผู้แทนรัสเซียกล่าวถึง AI ดิจิทัล และเทคโนโลยีขั้นสูงมากกว่าการพูดถึงน้ำมันและก๊าซ ซึ่งเป็นภาพที่แตกต่างจากบทบาทดั้งเดิมของรัสเซียในสายตานักลงทุนต่างชาติ

ม.ล. ลือศักดิ์ จักรพันธุ์ กรรมการสภาดิจิทัลแห่งประเทศไทย ให้ทัศนะที่น่าสนใจว่า รัสเซียมีเทคโนโลยีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งแยกออกจากกระแสหลักของโลก

“บริษัทรัสเซียพัฒนา AI ของตัวเองในรูปแบบที่โดดเด่นและแยกจากกระแสหลัก… เนื่องจากระบบนิเวศของไทยเราเปิดรับเทคโนโลยีจากหลายแหล่ง และเราชอบซอฟต์แวร์แบบ Open Standard ดังนั้นเราจึงมีความพร้อมสูงมากที่จะบูรณาการเทคโนโลยีใหม่ๆ จากรัสเซียเข้ามา” ม.ล. ลือศักดิ์กล่าว

ดึงนักลงทุนไทย มองไกลกว่าท่องเที่ยว

อเล็กเซย์ เชคุนคอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาตะวันออกไกลและอาร์กติกของรัสเซีย ให้สัมภาษณ์นอกรอบว่า แม้การท่องเที่ยวจะยังคงเป็นรากฐานสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างไทยและรัสเซีย แต่ทั้งสองประเทศยังมีศักยภาพในการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจไปสู่ภาคส่วนใหม่ๆ อีกมาก ทั้งอุตสาหกรรม เทคโนโลยี โลจิสติกส์ การแพทย์ และอวกาศ

เจาะยุทธศาสตร์ ไทย-รัสเซีย ใน SPIEF 2026 ฝ่าภูมิรัฐศาสตร์สู่ระเบียบเศรษฐกิจใหม่

“ทุกคนรู้จักความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวอยู่แล้ว แน่นอนว่ามีนักท่องเที่ยวรัสเซียเดินทางมาไทยมากกว่า 1.5 ล้านคนต่อปี” เชคุนคอฟกล่าว อย่างไรก็ตาม รัสเซียเองก็มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสำหรับชาวไทยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นมอสโก เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก รวมถึงภูมิภาคตะวันออกไกลและอาร์กติกของรัสเซีย

“ไทยก็เหมือนกับรัสเซีย เป็นเศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่มีความแข็งแกร่ง มีอุตสาหกรรมยานยนต์ที่แข็งแกร่ง มีภาคไมโครอิเล็กทรอนิกส์ที่กำลังเติบโต และมีศักยภาพด้านการเกษตรอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในแง่การผลิตและขนาดของตลาด” เชคุนคอฟกล่าว และว่าทั้งสองประเทศควรร่วมกันผลักดันให้มีความร่วมมือที่หลากหลายมากขึ้น และไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการท่องเที่ยวเท่านั้น

หนึ่งในสาขาที่เขามองว่ามีศักยภาพสูงคือ “โลจิสติกส์” เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่พึ่งพาการค้าทางทะเลอย่างมาก ขณะที่รัสเซียกำลังเร่งพัฒนา “เส้นทางทะเลเหนือ” ซึ่งเชื่อมเอเชียและยุโรปผ่านมหาสมุทรอาร์กติก โดยระบุว่าเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุดระหว่างเอเชียและยุโรป และปริมาณสินค้าที่ผ่านเส้นทางดังกล่าวกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เชคุนคอฟกล่าวว่า ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา ปริมาณสินค้าที่ขนส่งผ่านเส้นทางดังกล่าวเพิ่มขึ้นเกือบ 40 เท่า จากเพียง 1 ล้านตันในปี 2012 เป็นประมาณ 40 ล้านตันในปีนี้

เขามองว่าความร่วมมือที่ครอบคลุมทั้งภาคอุตสาหกรรม การเกษตร และโลจิสติกส์ เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ไทยและรัสเซียควรกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ภาคเทคโนโลยีสารสนเทศ AI และเทคโนโลยีอวกาศ ก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ความร่วมมือที่มีศักยภาพสูงในอนาคต และยังมองเห็นโอกาสในภาคบริการโดยเฉพาะด้านสาธารณสุข ซึ่งปัจจุบันมีโครงการความร่วมมือระหว่างไทยกับ “Rosatom” บริษัทพลังงานนิวเคลียร์ของรัสเซีย ในด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์

เจาะยุทธศาสตร์ ไทย-รัสเซีย ใน SPIEF 2026 ฝ่าภูมิรัฐศาสตร์สู่ระเบียบเศรษฐกิจใหม่

สำหรับมูลค่าการลงทุนระหว่างไทยและรัสเซียที่ปัจจุบันอยู่ราว 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่เชคุนคอฟกล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวยังต่ำกว่าศักยภาพที่แท้จริงของทั้งสองประเทศ 

“ผมคิดว่าในอนาคตเราจะได้เห็นความร่วมมือกับประเทศในเอเชียมากขึ้นเรื่อยๆ และเป้าหมายของผมคือการเพิ่มความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงประเทศไทยโดยเฉพาะ” เชคุนคอฟกล่าว

ด้านเวโรนิกา นิกิชินา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Russian Export Center (REC) กล่าวว่า ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยและรัสเซียกำลังก้าวเข้าสู่ระยะใหม่ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการซื้อขายสินค้า แต่รวมถึงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจระยะยาว โดยยกตัวอย่าง REC ที่ได้เปิดสำนักงานในประเทศไทยแล้ว และกำลังเดินหน้าจัดตั้งศูนย์แสดงสินค้ารัสเซีย รวมถึงเครือข่ายค้าปลีกสำหรับสินค้าและบริการจากรัสเซีย เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรัสเซีย โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก สามารถเข้าถึงตลาดไทยได้โดยตรงมากขึ้น

“ความท้าทายมาแล้วก็ไป แต่โอกาสยังอยู่”

แม้สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์จะยังเป็นข้อจำกัดสำคัญของความร่วมมือไทย-รัสเซีย แต่นายศศิวัฒน์ ว่องสินสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก มองว่าโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศยังคงอยู่

เจาะยุทธศาสตร์ ไทย-รัสเซีย ใน SPIEF 2026 ฝ่าภูมิรัฐศาสตร์สู่ระเบียบเศรษฐกิจใหม่

“ทั้งไทยและอาเซียนอยู่ในเรดาร์สกรีนของรัสเซียมานานแล้ว” นายศศิวัฒน์ให้สัมภาษณ์นอกรอบกับ “กรุงเทพธุรกิจ” โดยระบุว่าเวทีการประชุมเศรษฐกิจนานาชาติประจำปีที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซียอย่าง SPIEF ให้ความสำคัญกับไทยและอาเซียนมาโดยตลอด เพียงแต่ว่าในแต่ละปีจะมีสถานะหนึ่งที่เรียกว่า Partner Country ซึ่งประเทศที่ได้รับสถานะนี้ก็จะมีบทบาทโดดเด่นมากในงาน อย่างปีนี้ก็คือ ซาอุดีอาระเบีย แต่ถึงอย่างนั้นปีนี้ก็มีเซสชันเฉพาะของไทยกับรัสเซีย และรัสเซียกับอาเซียน

ทว่าด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริบทด้านภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน ทำให้การดำเนินความสัมพันธ์หรือการส่งเสริมความร่วมมือ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ การเมือง หรือด้านอื่นๆ ระหว่างรัสเซียกับภูมิภาค ระหว่างรัสเซียกับอาเซียน และรัสเซียกับไทย ยังไม่คึกคักหรือมีไดนามิกมากเท่าที่ควร เมื่อเทียบกับศักยภาพที่มีอยู่

สำหรับความท้าทายที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์โลกในปัจจุบัน เอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก มองว่าไม่ใช่ปัจจัยถาวร “เพราะความท้าทายมาแล้วก็ไป แต่โอกาสยังอยู่” โดยเชื่อว่าหน้าที่สำคัญในเวลานี้คือ การรักษาความสัมพันธ์และการสื่อสารระหว่างภาคธุรกิจของทั้งสองฝ่าย

“ประเด็นที่ผมบอกกับเพื่อนๆ ชาวรัสเซียก็คือต้อง pragmatic ต้องปฏิบัติได้จริง หรือพูดง่ายๆ คืออาจต้องรออีกนิดหนึ่ง สถานการณ์ที่เขารบกันอยู่ตอนนี้คงไม่ได้รบกันตลอดไป สักวันหนึ่งมันก็ต้องจบ

แต่หน้าที่ของผมคือทำให้คนรัสเซียหรือนักธุรกิจรัสเซีย ‘รอเรา’ ขณะเดียวกันรัสเซียเองก็ต้องมาคุยกับนักธุรกิจไทยว่าพร้อมหรือยัง ถ้าทั้งสองฝ่ายพร้อมกัน ตกลงปลงใจกันเหมือนแต่งงาน ถึงตอนนั้นก็จะเกิดความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมได้ แม้ว่าสถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์อาจจะยังไม่จบหรือยังไม่เรียบร้อย 100% ก็ตาม”

เมื่อถูกถามถึงจุดยืนของไทยท่ามกลางโลกที่เผชิญความขัดแย้งมากขึ้น นายศศิวัฒน์ซึ่งประจำการอยู่ที่กรุงมอสโกมานานถึง 5 ปีแล้ว

มองว่า หากพูดในแง่ความเป็นกลาง (neutrality) คิดว่าไม่มีความเป็นกลางที่แท้จริง แต่ขึ้นอยู่กับว่าเป็นความเป็นกลางตามนิยามของใครมากกว่า แต่สิ่งหนึ่งที่เชื่อตามที่รัฐบาลหรือที่รัฐมนตรีต่างประเทศได้พูดไว้ก็คือ ประเทศไทยพยายามดำเนินนโยบายที่สมดุล

“คำว่าสมดุลในที่นี้อาจหมายความว่า วันนี้เราอาจเอียงไปทางขวา 1 องศา พรุ่งนี้เราอาจเอียงไปทางซ้าย 1 องศา แต่สิ่งที่เราต้องรักษาคือ เราไม่เป็นศัตรูกับใครโดยไม่จำเป็น นี่คือสิ่งที่ผมตีความจากนโยบายรัฐบาล และผมคิดว่าที่ผ่านมาเราก็พยายามทำได้ดี”

เอกชนไทยมองเห็นโอกาสใหม่

ในมุมของภาคธุรกิจไทย วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล ประธานคณะกรรมการสภาธุรกิจไทย-รัสเซีย และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การถอนตัวของบริษัทจำนวนมากจากประเทศตะวันตกได้สร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้ประกอบการไทย

เจาะยุทธศาสตร์ ไทย-รัสเซีย ใน SPIEF 2026 ฝ่าภูมิรัฐศาสตร์สู่ระเบียบเศรษฐกิจใหม่

“หลายแบรนด์และหลายธุรกิจเลือกเดินออกจากรัสเซีย แต่เราเลือกเดินเข้าไป” วิศัลย์กล่าว และมองว่าประเทศไทยสามารถเป็นจุดเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างรัสเซียกับเอเชียได้ ขณะที่รัสเซียมีเทคโนโลยีและองค์ความรู้หลายด้านที่ไทยสามารถนำมาต่อยอดได้

สำหรับวิศัลย์ ความร่วมมือไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการค้าและการลงทุน แต่ยังรวมถึงสิ่งที่เรียกว่า “การทูตกีฬา” ซึ่งในฐานะผู้บริหารธุรกิจเสื้อผ้ากีฬากำลังหารือกับสโมสรฟุตบอลชั้นนำของรัสเซีย รวมถึงเซนิต เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เกี่ยวกับการพัฒนาเยาวชนฟุตบอลไทย การพัฒนาอะคาเดมี และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านกีฬา จากมวยไทยที่หลายคนรู้จักไปสู่ความร่วมมือด้านฟุตบอลและโอกาสใหม่ๆ

อย่างไรก็ตาม วิศัลย์ยอมรับว่า ความท้าทายสำคัญที่สุดของผู้ประกอบการไทยยังคงเป็นผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรรอง (Secondary Sanctions) หรือผลกระทบทางอ้อมจากการที่รัสเซียยังเผชิญมาตรการคว่ำบาตรจากตะวันตก

เขากล่าวว่า นักธุรกิจไทยจำนวนไม่น้อยที่มีความเชื่อมโยงกับตลาดสหรัฐ ยุโรป หรือญี่ปุ่น ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากเข้าไปทำธุรกิจกับรัสเซียอย่างเปิดเผย แม้ทั้งสองฝ่ายจะพยายามหาทางออกผ่านกลไกการชำระเงินทางเลือกและการหักกลบธุรกรรมทางการค้า แต่ข้อจำกัดดังกล่าวยังเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจยังเติบโตได้ไม่เต็มศักยภาพ

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังดำเนินอยู่ SPIEF 2026 สะท้อนให้เห็นว่ารัสเซียยังคงเดินหน้าขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศคู่ค้าใหม่ๆ และไทยก็ยังเป็นหนึ่งในประเทศสำคัญที่อยู่ในสมการดังกล่าวนี้

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1238183&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37pBYTe_GM8Xaiquw7KcL-