ต้องยอมรับว่าปัญหานี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับใครเลย แต่ขึ้นอยู่กับคนไทยทั้งประเทศ ที่ต้องตระหนัก และต้องเหลียวหน้าเหลียวหลัง ช่วยกันตรวจสอบดูแลบนสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นจริง
ที่สำคัญ! เรื่องนี้ได้กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ประเทศไทยไม่อาจปล่อยผ่านได้อีกต่อไป เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่กองขยะที่รอการกำจัด แต่เป็นความเสี่ยงในทุกด้าน ทั้งต่อสุขภาพประชาชน สิ่งแวดล้อม ความเชื่อมั่นในการลงทุน และความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
ทุกคนต้องไม่มองเพียงแค่…ปัญหาลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม หรือการจัดการของเสียของโรงงานบางแห่ง เท่านั้น แต่ต้องมองให้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เกี่ยวข้องในทุกด้าน ทุกมิติ เพราะสุดท้ายแล้ว คนไทยทั้งประเทศนั่นแหล่ะที่ต้องแบกรับผลที่เกิดขึ้น
การเกิดเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดที่เป็นข่าวใหญ่โต ทั้งที่ฉะเชิงเทรา ระยอง รวมไปถึงปราจีนบุรีโดยแต่ละพื้นที่ก็สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นค่อนข้างซับซ้อนกว่าการจับกุมผู้กระทำผิดเป็นรายโรงงานเท่านั้น แต่จำเป็นต้องตรวจสอบให้ถึงต้นตอของเครือข่ายธุรกิจที่อยู่เบื้องหลัง
ล่าสุด…มีความพยายามที่จะนำเอาเรื่องของการยึดทรัพย์ เข้ามาเป็นหนึ่งในแนวทางแก้ไข รวมไปถึงการปูพรมตรวจโรงงานทั่วประเทศเป็นจำนวนกว่า 3,000 แห่ง ซึ่งแสดงว่าปัญหานี้ได้ขยายเป็นวงกว้าง
แล้ว! เหตุใดประเทศไทยจึงยังเผชิญปัญหาขยะพิษซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งที่มีกฎหมายและหน่วยงานกำกับดูแล รวมทั้งจะทำอย่างไรให้การจัดการขยะอันตรายเป็นระบบที่ตรวจสอบได้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง
อย่างที่รู้กันอยู่เต็มอก …แรงจูงใจทางเศรษฐกิจที่บิดเบี้ยว หากการบำบัดกากอุตสาหกรรมอย่างถูกต้องมีต้นทุนสูง แต่บทลงโทษจากการลักลอบทิ้งกลับต่ำกว่า ผู้ประกอบการบางรายย่อมมีแรงจูงใจที่จะเสี่ยงทำผิด
ขณะที่ในเรื่องของห่วงโซ่การจัดการของเสียก็มีหลายทอด เริ่มตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้ครอบครองของเสีย บริษัทขนส่ง ผู้รับซื้อ โรงงานคัดแยก ไปจนถึงโรงงานกำจัด หากระบบติดตามขาดช่วงเพียงจุดเดียว ของเสียก็อาจหายไปจากระบบเอกสาร ก่อนไปปรากฏอยู่ในโกดังผิดกฎหมายหรือพื้นที่ลักลอบทิ้ง
ส่วนปัญหาขยะจากต่างประเทศอาจแฝงมากับการค้าในรูปของสินค้ามือสอง วัสดุรีไซเคิล หรือเศษวัสดุที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ การตรวจสอบจึงต้องแยกให้ชัดระหว่างวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้จริง กับของเสียที่ต้องควบคุมหรือห้ามนำเข้า
ยิ่งโลกมีการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีใหม่ ปริมาณซากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แบตเตอรี่ และแผงโซลาร์เซลล์ยิ่งเป็นโจทย์ที่ต้องเตรียมรับมือ ไม่ใช่รอให้เกิดกองขยะขนาดใหญ่แล้วจึงค่อยหาทางกำจัด
ต้องยอมรับว่า ไม่ใช่เพียงแค่ประเทศไทยเท่านั้น ที่ต้องเผชิญกับปัญหาขยะพิษ หลายประเทศก็มีปัญหาไม่น้อย แต่ก็มีวิธีการจัดการ วิธีกำกับดูแลอย่างเข้มงวด อย่าง ญี่ปุ่นมีการติดตามของเสียด้วยเอกสารกำกับตลอดเส้นทาง
หรือ…ที่เยอรมนี ก็ให้ความสำคัญกับการป้องกันการเกิดขยะ การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การนำกลับมาใช้ใหม่ และการกำจัดอย่างถูกต้องตามลำดับความสำคัญของการจัดการของเสีย
ส่วนที่สหรัฐฯ มีโครงการซูเปอร์ฟันด์ ภายใต้กฎหมาย CERCLA ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการจัดการพื้นที่ปนเปื้อนสารอันตราย โดยให้อำนาจภาครัฐดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่และเรียกร้องค่าใช้จ่ายจากผู้ที่ต้องรับผิดตามกฎหมาย
แนวทางจัดการปัญหาของแต่ละประเทศ ต่างก็มีโครงสร้างกฎหมายและระบบกำกับดูแลที่แตกต่างกัน บางเรื่องก็สามารถนำมาปรับ นำมาพัฒนาเพื่อบังคับใช้ให้เข้ากับไทยได้
เพียงแค่ว่า…ขอให้ไทยไม่เป็นปลายทางของขยะโลกก็เพียงพอ ซึ่งปัญหาขยะพิษนี้ จะเป็นบททดสอบสำคัญ ว่า ประเทศไทยจะเดินหน้าอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างมีคุณภาพได้หรือไม่
อย่างที่บอกบทเรียนจากต่างประเทศ ก็มีให้เห็นชัดเจนว่าระบบที่มีประสิทธิภาพต้องมีทั้งการติดตามของเสียที่ตรวจสอบได้ มีการกำหนดความรับผิดชอบของผู้ก่อมลพิษ มีการลงโทษที่ยับยั้งได้จริง รวมไปถึงการมีกลไกฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนอย่างเป็นรูปธรรม
ณ เวลานี้ ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่า คนที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องทำทันทีในเรื่องของการจัดการขยะพิษที่ตกค้าง การตรวจสอบเส้นทางการเงินและเครือข่ายผู้เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันก็ต้องบล็อกไม่ให้มีขยะพิษล็อตใหม่เข้าไทยอีก หรือหลุดออกจากระบบกำกับดูแล
รัฐบาลต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า การปราบปรามครั้งนี้ไม่ใช่เพียงปฏิบัติการระยะสั้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่น แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูประบบจัดการของเสียทั้งประเทศ
เพราะสุดท้ายแล้ว การรีไซเคิลที่แท้จริงต้องสร้างมูลค่าจากทรัพยากร ไม่ใช่สร้างกำไรจากการผลักภาระมลพิษให้ประชาชน และการเติบโตทางเศรษฐกิจจะมีความหมายก็ต่อเมื่อคนไทยไม่ต้องแลกสุขภาพกับผลกำไรของใครบางคนเท่านั้น!
……………………………………….
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/6302359/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3sLRquRfCz6pPCjyxYF-QF

