คณะอนุกรรมการบริหารจัดการกิจการน้ำพุร้อนสันกำแพง อ.แม่ออน ตามพระราชดำริ จ.เชียงใหม่ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาโครงการน้ำพุร้อนสันกำแพง จ.เชียงใหม่ เพื่อผลักดันให้เป็นต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ได้มาตรฐานสากล และมีความยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการบูรณาการภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่นตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ป่าเสื่อมโทรม-ที่อยู่ที่ทำกิน-น้ำพุร้อนสันกำแพง
“น้ำพุร้อนสันกำแพง” มีรากฐานสำคัญมาจากน้ำพระทัยของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงห่วงใยในความเป็นอยู่ของราษฎรภาคเหนือ ซึ่งเผชิญกับปัญหาความยากจนในอดีต จึงได้มีพระราชดำริให้จัดตั้ง “โครงการหมู่บ้านสหกรณ์” ขึ้นในปี พ.ศ.2520 เพื่อให้ประชาชนมีที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ในขณะนั้น ได้มีการคัดสรรพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมใน อ.สันกำแพง กว่า 22,000 ไร่ มาจัดสรรให้ครอบครัวราษฎรประมาณ 385 ครอบครัว โดยแบ่งเป็นพื้นที่อยู่อาศัยรายละ 200 ตารางวา และที่ดินทำกินอีกประมาณ 5-7 ไร่ ซึ่งปัจจุบันโครงการได้ขยายครอบคลุมพื้นที่รวม 8 หมู่บ้าน
ระหว่างการพัฒนาพื้นที่ในช่วงปี พ.ศ.2520 ซึ่งเป็นยุคที่ประเทศเผชิญกับวิกฤตการณ์พลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้เข้ามาสำรวจแหล่งพลังงานใต้ดิน และขุดเจาะพบน้ำพุร้อนที่มีความร้อนสูงถึง 105 องศาเซลเซียส ถือเป็นอุณหภูมิที่สูงที่สุดเท่าที่เคยค้นพบ และสามารถพุ่งขึ้นไปในอากาศได้สูงถึง 15 เมตร
อย่างไรก็ตาม เนื่องด้วยต้นทุนในการผลิตกระแสไฟฟ้าที่สูงเกินไปในขณะนั้น คณะกรรมการหมู่บ้านสหกรณ์จึงได้ปรับเปลี่ยนแนวทางจากการผลิตพลังงานมาเป็นการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวแทน เริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ.2527 บนพื้นที่ 75 ไร่ เพื่อนำรายได้มาช่วยเหลือ และขับเคลื่อนการดำเนินงานของหมู่บ้านสหกรณ์
กระทั่ง ปัจจุบันที่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมีความสำคัญมากขึ้น จึงมีการหารือ และนำมาสู่ “โครงการยกระดับกิจการน้ำพุร้อนสันกำแพง อ.แม่ออน ตามพระราชดำริ จ.เชียงใหม่ ให้เป็นต้นแบบเวลเนสน้ำพุร้อนแห่งชาติ” มีเป้าหมายให้เกิดความยั่งยืนเพื่อสุขภาพ ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทย และต่างชาติ เป็นแลนด์มาร์กด้านสุขภาพที่สำคัญ และสร้างความอยู่ดีมีสุขให้ประชาชน
ลงนามยกระดับน้ำพุร้อนสันกำแพง
ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ที่ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานกรรมการโครงการหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง อ.แม่ออน ตามพระราชดำริ จ.เชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ยกระดับกิจการน้ำพุร้อนสันกำแพง อ.แม่ออน ตามพระราชดำริ จ.เชียงใหม่ ให้เป็นต้นแบบเวลเนสน้ำพุร้อนแห่งชาติ และสร้างอาชีพรายได้ให้แก่ชุมชน จำนวน 2 ฉบับ
ระหว่าง พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี ประธานอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำพุร้อนสันกำแพง กับ ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และ พญ.มิ่งขวัญ สุพรรณพงศ์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม โดยมี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ(พส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และคณะผู้บริหาร ร่วมเป็นสักขีพยาน
พลอากาศเอก ชลิต กล่าวว่า การดำเนินงานตามบันทึกความเข้าใจทั้ง 2 ฉบับ ถือเป็นการน้อมนำพระราชดำริมาปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยการบูรณาการระหว่างโครงการหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง คณะอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำพุร้อนสันกำแพง ร่วมกับกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก และองค์การเภสัชกรรม ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างอาชีพ และรายได้ที่มั่นคงแก่ชุมชน
ผ่านอัตลักษณ์ “นวดไทยโพธิ์-ล้านนา” และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ “SANN by GPO” ทั้งนี้ ขอชื่นชมในความตั้งใจของทุกหน่วยงานที่ร่วมกันผลักดันให้ทรัพยากรท้องถิ่นและภูมิปัญญาไทยก้าวสู่มาตรฐานระดับสากล ซึ่งจะส่งผลให้เป็นพื้นที่จุดหมายปลายทางด้านสุขภาพที่ยั่งยืน และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศต่อไป
แผนพัฒนา 3 ระยะ
พลเอกเฉลิมชัย กล่าวว่า น้ำพุร้อนสันกำแพง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชานุญาตให้ดำเนินโครงการปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นมาตรฐาน และเป็นต้นแบบความยั่งยืน เพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดี และความอยู่ดีมีสุขของราษฎรในพื้นที่ โดยคณะทำงานได้กำหนดกรอบการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย
- ระยะที่ 1 (ปี พ.ศ.2569 – 2570) มุ่งเน้นการรื้อถอน ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบสาธารณูปโภคภายในพื้นที่ พร้อมทั้งเริ่มสร้างอาชีพให้กับประชาชนในหมู่บ้านสหกรณ์ควบคู่กันไป,
- ระยะที่ 2 จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2570 – 2571 เป็นต้นไป จะเป็นการก่อสร้างถาวรวัตถุต่างๆ เช่น อาคารสถาปัตยกรรม และบ่อน้ำพุร้อนที่ทันสมัย
- และระยะที่ 3 จะเน้นการปรับปรุงพื้นที่โดยรอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ชุมชนทั้ง 8 หมู่บ้าน รวมถึงพื้นที่รอบนอก
ขอบเขตความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจทั้ง 2 ฉบับ คณะอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำพุร้อนสันกำแพง จะอำนวยความสะดวกในการใช้พื้นที่ดำเนินกิจกรรม และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง ร่วมวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำพุร้อน และชุมชนรอบข้างให้มีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการ สนับสนุนข้อมูล การบริหารจัดการ และการสื่อสารประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชนในการฝึกอบรม และนำองค์ความรู้ไปต่อยอดในการประกอบอาชีพ
“โครงการนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดี ยิ่งจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือกที่เข้ามาเติมเต็มด้านองค์ความรู้เชิงสุขภาพ ซึ่งผลสำเร็จของโครงการน้ำพุร้อนสันกำแพงนี้ จะถูกใช้เป็นโมเดลต้นแบบให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นำไปขยายผล และประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวน้ำพุร้อนในพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศต่อไป” พลเอกเฉลิมชัย กล่าว
ฟันเฟืองสู่ “World Herbal & Wellness Hub”
นายพัฒนา กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้ เป็นการน้อมนำพระราชดำริมาปฏิบัติให้เห็นผลเป็นรูปธรรม มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นหัวใจหลัก ถือเป็นก้าวสำคัญของการปฏิรูปเศรษฐกิจสุขภาพไทยโดยความร่วมมือของส่วนกลาง และท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น “World Herbal & Wellness Hub” ตามนโยบายรัฐบาล พร้อมส่งต่อมรดกทางภูมิปัญญาและทรัพยากรธรรมชาติให้กลายเป็นสิ่งที่สร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับประชาชนต่อไป
“ตั้งเป้าพัฒนาแหล่งน้ำพุร้อนสันกำแพงให้เป็นสถาบันการเรียนรู้ และต้นแบบเวลเนสน้ำพุร้อนแห่งชาติ ที่มีจุดเด่นในการดูแลสุขภาพด้วยภูมิปัญญาไทยอัตลักษณ์ล้านนาผสมผสานคุณสมบัติทางธาราบำบัด เป็น Soft Power ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของ จ.เชียงใหม่ และภาคเหนือ”นายพัฒนา กล่าว
ชูซอฟต์พาวเวอร์ “นวดไทยโพธิ์–ล้านนา”
สำหรับบันทึกความเข้าใจ 2 ฉบับ ฉบับที่ 1 เป็นความร่วมมือระหว่างคณะอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำพุร้อนสันกำแพง กับกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก ในการพัฒนาหลักสูตร “นวดไทยโพธิ์–ล้านนา” และกำหนดเกณฑ์มาตรฐานแหล่งน้ำพุร้อนเพื่อสุขภาพ (Thermal Wellness Standard) ให้ทัดเทียมระดับโลก ซึ่งปัจจุบันได้อบรมหลักสูตรนวดไทยโพธิ์-ล้านนา 450 ชั่วโมง ให้กับบุคลากรในพื้นที่แล้ว เพื่อให้มีทักษะอาชีพขั้นสูง สามารถสร้างรายได้จากทรัพยากรในท้องถิ่นตนเอง
ปั้นแบรนด์ “SANN by GPO” น้ำแร่ และสมุนไพรท้องถิ่น
ส่วนฉบับที่ 2 เป็นความร่วมมือระหว่างคณะอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำพุร้อนสันกำแพง กับองค์การเภสัชกรรม ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ และนวัตกรรม มุ่งเน้นการวิจัยน้ำแร่ และสมุนไพรท้องถิ่น พัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ภายใต้แบรนด์ “SANN by GPO” (Natural Mineral Therapy) และน้ำแร่ดื่มเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยมีระยะเวลาความร่วมมือ 3 ปี
ขยายผลสู่แหล่งน้ำพุร้อนทั่วประเทศ
นายพัฒนา กล่าวด้วยว่า โครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ยั่งยืนในระดับนานาชาติ ซึ่งน้ำพุร้อนของไทย ไม่ได้มีเฉพาะเชียงใหม่เท่านั้น ยังมีหลายแห่งจากเหนือจรดภาคใต้ โดยแต่ละแห่งจะโดดเด่นแตกต่างกัน แร่ธาตุที่อยู่ในน้ำ อุณหภูมิก็แตกต่างกัน ซึ่งกรมการแพทย์แผนไทย มีแนวทางจะไปต่อยอดเพื่อให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ยั่งยืน เหมือนประเทศญี่ปุ่นมีออนเซ็น ประเทศไทยก็มีน้ำพุร้อนเช่นกัน
ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข ได้เข้าไปสำรวจแหล่งน้ำพุร้อนหลายๆ จุด เช่น สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ที่พุเตย จ.เพชรบูรณ์ เพื่อเข้าไปดูสารสำคัญต่างๆในน้ำพุ และได้ประสานกับญี่ปุ่น เพื่อเก็บตัวอย่างว่า มีสารอะไรอยู่ในน้ำ ซึ่งอาจมีการเทียบเคียงดูว่า เรื่องผิวพรรณ การดูแลสุขภาพ สามารถนำมาใช้ให้เป็นมาตรฐานมากขึ้น เพื่อให้เป็นแนวทางปฏิบัติสู่การผลักดันการท่องเที่ยวต่อไป
“น้ำพุร้อน ถือเป็นการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมาตลอด หากไทยขยับเรื่องนี้ดีๆ จะสามารถนำมาเป็นจุดขายเรื่องแหล่งท่องเที่ยว และยังสร้างรายได้ให้ชุมชนด้วย”นายพัฒนา กล่าว
พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/health/public-health/1230875&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0LBlobLniBwsfpGIHMu9ep

