ทางหลวงชนบท เร่งขยายถนนรับการค้า-ท่องเที่ยว เมืองตราด
เศรษฐกิจ
ทางหลวงชนบท เร่งขยายถนนรับการค้า-ท่องเที่ยว เมืองตราด
วันศุกร์ ที่ 05 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.38 น.
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
ทางหลวงชนบท เร่งขยายถนนรับการค้า-ท่องเที่ยว เมืองตราด
นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาเมืองรองรับการเจริญเติบโตภาคการคมนาคมขนส่งในทุกภูมิภาค สำหรับในส่วนของภาคตะวันออก ขณะนี้ กรมทางหลวงชนบท อยู่ระหว่างดำเนินโครงการก่อสร้างถนนสาย ก1 ข และ ค1 ผังเมืองรวมเมืองตราด จังหวัดตราด ซึ่งปัจจุบันการก่อสร้างมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 47 ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการก่อสร้างโครงสร้างทาง ผิวทาง งานก่อสร้างสะพาน และระบบระบายน้ำ คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2570
ทั้งนี้ จังหวัดตราดเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและการค้าระหว่างประเทศ จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านถนน เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจภาคการขนส่ง การค้า รวมทั้งความพร้อมด้านการขยายเส้นทางสาย 3 จากจังหวัดตราด ไปยังจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ เพื่อเชื่อมต่อกับถนนสาย 48 ของประเทศเพื่อนบ้าน โดยการก่อสร้างจะแบ่งการดำเนินงานออกเป็น สาย ก1 ระยะทาง 1.350 กิโลเมตร สาย ข และ ค1 ระยะทางรวม 6.782 กิโลเมตร รวมระยะทางการดำเนินโครงการทั้งสิ้น 8.132 กิโลเมตร ซึ่งจะก่อสร้างเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาด 4 ช่องจราจร มีเกาะกลาง ทางเท้า หรือไหล่ทาง พร้อมก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กจำนวน 4 แห่ง ติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง เครื่องหมายจราจร สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 914.800 ล้านบาท ทั้งนี้ เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการคมนาคมในพื้นที่ภาคตะวันออก รองรับการขยายตัวของเมือง ให้สอดคล้องกับปริมาณการจราจรที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต พร้อมสนับสนุนการขนส่งสินค้าการเกษตร/การประมง อันเป็นรายได้หลักของคนในพื้นที่ ตลอดจนเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชนสามารถเดินทางเข้าถึงบริการด้านการศึกษา การสาธารณสุข กิจกรรมทางศาสนา อาทิ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหาดเล็ก องค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด วัดหาดทรายแดง ศาลจังหวัดตราด วิทยาลัยเทคนิคจังหวัดตราด ได้อย่างสะดวกปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการก่อสร้างนั้น กรมทางหลวงชนบท ยังได้เน้นย้ำต่อผู้รับจ้างและผู้ควบคุมงานให้มีการติดตั้งสัญญาณไฟกระพริบ ป้ายเตือน สิ่งอำนวยความปลอดภัยต่าง ๆ รวมถึงการบริหารจัดการความเรียบร้อยของโครงการ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ เพื่อให้การดำเนินโครงการฯ เป็นไปอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่และเกิดประโยชน์สูงสุด กรมทางหลวงชนบท ยังได้ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมภาคประชาชน โดยมีการลงนามบันทึกความร่วมมือ 3 ฝ่าย (MOU) ระหว่าง กรมทางหลวงชนบทผู้รับจ้าง และผู้แทนประชาชนในพื้นที่ไปแล้ว จำนวน 2 ครั้ง ทั้งช่วงก่อนเริ่มการก่อสร้าง และระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งมีการนำเสนอความเป็นมา รายละเอียดโครงการ ขั้นตอนการดำเนินงาน รวมทั้งรายงานความก้าวหน้าของการดำเนินงาน และคาดว่าจะมีการจัดประชุมอีกครั้งหลังโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2570 ต่อไป
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/economy/478644&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2k_YKMuxaVvHKoumMY5u1a