
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้พิจารณาข้อเสนอการปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการกระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ทั้งนี้ในขั้นตอนต่อไป สำนักงาน ก.พ.ร. จะดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนกฎหมาย ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป พร้อมเสนอให้ทั้งสองกระทรวงชะลอการแต่งตั้งตำแหน่งประเภทบริหารและอำนวยการระหว่างการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวง เว้นแต่กรณีจำเป็นเร่งด่วน
สำหรับสาระสำคัญของการปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการกระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คือการโอนภารกิจด้านการท่องเที่ยวจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไปรวมกับกระทรวงวัฒนธรรม และเปลี่ยนชื่อเป็น “กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว” เพื่อบูรณาการทุนทางวัฒนธรรมกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในเชิงยุทธศาสตร์ และยกระดับจากการท่องเที่ยวเชิงปริมาณสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูง (Value-based Tourism)
ขณะเดียวกันให้ปรับบทบาทและหน้าที่ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเดิมเป็น “กระทรวงการกีฬา” เพื่อส่งเสริมสุขภาวะของประชาชนในทุกช่วงวัย พัฒนากีฬาอาชีพ และผลักดันอุตสาหกรรมกีฬาให้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นระบบ
นอกจากนี้ที่ประชุมยังหารือถึงข้อเสนอโครงการสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ “1กรม 1โปร่งใสไร้เทา” โดยนำผลการสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนโดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จากกลุ่มตัวอย่างผู้บริหารและตัวแทนภาคธุรกิจทั่วประเทศ จำนวน 401 ราย มาประกอบการพิจารณา
ผลสำรวจสะท้อนว่า ภาคเอกชนยังมองว่าปัญหาคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ และกว่าครึ่งเห็นว่าสถานการณ์แย่ลงเมื่อเทียบกับ 3 ปีที่ผ่านมา
ก.พ.ร. จึงมีมติให้มี โครงการ “1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา” เพื่อกำหนดให้หน่วยงานระดับกรมทุกแห่งคัดเลือกงานบริการหรือกระบวนการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อความไม่โปร่งใส การใช้ดุลพินิจ และการทุจริต หรือมีผลกระทบสูง มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก มาดำเนินการ โดยเฉพาะงานที่มีความเสี่ยงต่อการเรียกรับผลตอบแทนตามที่ กกร. ระบุ เช่น งานออกใบอนุญาต งานตรวจสอบ งานด้านภาษี และงานจัดซื้อจัดจ้าง
สำหรับโครงการ “1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา” แบ่งการดำเนินการออกเป็นกลุ่มนำร่องและกลุ่มทั่วไป โดยกำหนดกรอบระยะเวลาดำเนินการ 6 เดือน และ 1 ปี ตามลำดับ พร้อมให้แต่ละหน่วยงานกำหนดแนวทางป้องกันความเสี่ยงที่เหมาะสมกับภารกิจ นอกจากนี้ จะใช้กลไกสร้างแรงจูงใจผ่านรางวัลเลิศรัฐประเภท “เสริมสร้างความโปร่งใส” เพื่อยกย่องหน่วยงานที่ดำเนินการได้สำเร็จและเป็นต้นแบบให้แก่หน่วยงานอื่นต่อไป
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/660769&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2SH1pm2ABZc9R1vA82PkWl

