• Sat. Jul 11th, 2026

เมื่อความ “กลัวตกเทรนด์” นำทางเศรษฐกิจ “สกุชชี่” ยอดฮิตวันนี้ อาจเป็นหนี้สิ่งแวดล้อมวันหน้า

เมื่อความ-“กลัวตกเทรนด์”-นำทางเศรษฐกิจ-“สกุชชี่”-ยอดฮิตวันนี้-อาจเป็นหนี้สิ่งแวดล้อมวันหน้าเมื่อความ “กลัวตกเทรนด์” นำทางเศรษฐกิจ “สกุชชี่” ยอดฮิตวันนี้ อาจเป็นหนี้สิ่งแวดล้อมวันหน้า

ปรากฏการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง ตั้งแต่ Fidget Spinner ของเล่นหมุนปลายนิ้วที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปี 2560 ไปจนถึงกระแสกล่องสุ่มบางคอลเล็กชันในปี 2566 ที่เคยขาดตลาดและถูกนำไปขายต่อในราคาสูงกว่าปกติหลายเท่า

ล่าสุด กระแสเดียวกันกำลังกลับมาอีกครั้งกับ “สกุชชี่” ของเล่นบีบมือที่กลับมาได้รับความนิยมบนโลกออนไลน์ โดยข้อมูล Social Listening ของ Zocial Eye 

KTC
เมื่อความ “กลัวตกเทรนด์” นำทางเศรษฐกิจ “สกุชชี่” ฮิตวันนี้ อาจเป็นหนี้สิ่งแวดล้อมวันหน้า

โดย KTC มีข้อมูลจาก Wisesight ที่ระบุว่า ระหว่างวันที่ 1-24 มิถุนายน 2569 มีการพูดถึงสกุชชี่บนโซเชียลมีเดียไทยถึง 24,937 โพสต์ สร้าง Engagement กว่า 33.9 ล้านครั้ง โดย 85.8% ของการมีส่วนร่วมทั้งหมดมาจาก TikTok

ความนิยมดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบนโลกออนไลน์ แต่ยังขยายไปสู่ตลาดจริงอย่างรวดเร็ว เกิดเทรนด์ “ซื้อสกุชชี่ตอนเที่ยงคืนที่สำเพ็ง” ขณะที่สกุชชี่บางรุ่นถูกนำไปขายต่อในราคาสูงกว่าปกติหลายเท่า

อย่างไรก็ตาม แม้สินค้าที่ได้รับความนิยมในแต่ละช่วงเวลาจะแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกันคือ กระแสบนโลกออนไลน์มักเปลี่ยนเร็วกว่ารอบการผลิต เมื่อผู้บริโภคหันไปสนใจสินค้าใหม่ สินค้าที่ผลิตออกมาเพื่อรองรับความต้องการอาจยังจำหน่ายไม่หมด ทั้งที่วัตถุดิบ พลังงาน และบรรจุภัณฑ์ได้ถูกใช้ไปแล้ว

คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า หากกระแสความนิยมลดลงเร็วกว่าที่ตลาดคาด สกุชชี่จำนวนมากที่ถูกผลิตขึ้นจะไปอยู่ที่ไหน

โดยทั่วไป สกุชชี่ผลิตจาก โฟมโพลียูรีเทน (PU Foam) ซึ่งมีคุณสมบัติยืดหยุ่น คืนรูปได้ดี และมีความทนทาน แต่ในอีกด้านหนึ่ง วัสดุชนิดนี้ไม่สามารถหลอมและขึ้นรูปใหม่ได้ง่ายเหมือนพลาสติกบางประเภท อีกทั้งยังรีไซเคิลได้ยาก เนื่องจากมีส่วนผสมของสารเติมแต่งหลายชนิด รวมถึงสิ่งปนเปื้อนที่เกิดขึ้นหลังการใช้งาน ทำให้เมื่อไม่มีระบบจัดการที่เหมาะสม ปลายทางของขยะประเภทนี้มักจบลงด้วยการฝังกลบหรือการเผาทำลาย

ความย้อนแย้งจึงเกิดขึ้นเมื่อของเล่นที่ได้รับความนิยมเพียงไม่กี่เดือน กลับกลายเป็นขยะที่อาจคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมไปอีกยาวนาน

KTC
เมื่อความ “กลัวตกเทรนด์” นำทางเศรษฐกิจ “สกุชชี่” ฮิตวันนี้ อาจเป็นหนี้สิ่งแวดล้อมวันหน้า

หลายคนอาจมองว่าปัญหาขยะย่อยสลายยากเป็นภาระของคนรุ่นหลัง แต่ในความเป็นจริง ผลกระทบอาจย้อนกลับมาสู่ผู้บริโภคเอง เพราะของเล่นหรือพลาสติกที่ถูกทิ้งในวันนี้ อาจยังคงอยู่ในระบบจัดการขยะในวันที่เจ้าของมีอายุ 40 ปี 60 ปี หรือ 80 ปี และอาจตกทอดเป็นภาระต่อไปถึงคนรุ่นลูกหลาน กล่าวได้ว่า เราไม่ได้กำลังส่งต่อขยะให้คนในอนาคตเพียงอย่างเดียว แต่กำลังสร้างสภาพแวดล้อมที่ตัวเราเองต้องใช้ชีวิตอยู่กับมันในระยะยาว

ในมุมมองของ KTC การใช้เงินอย่างรับผิดชอบไม่ได้หมายถึงเพียงการไม่สร้างหนี้ให้กับตัวเอง แต่ยังรวมถึงการไม่สร้าง “หนี้สิ่งแวดล้อม” จากการบริโภคตามกระแส เพราะทุกครั้งที่ผู้บริโภคยอมจ่ายแพงขึ้น ซื้อเกินความจำเป็น หรือซื้อโดยยังไม่วางแผนการใช้งานและการจัดการหลังหมดความนิยม ต้นทุนที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเพียงค่าใช้จ่ายที่จ่ายออกไป แต่ยังรวมถึงการใช้ทรัพยากร พลังงาน บรรจุภัณฑ์ และปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นตามมา

ทั้งนี้ การซื้อสินค้าตามกระแสไม่ใช่เรื่องผิด หากผู้บริโภคตัดสินใจอย่างมีสติ รู้ว่าจะใช้งานอย่างไร และวางแผนการส่งต่อหรือกำจัดอย่างเหมาะสม เพราะการใช้เงินอย่างรับผิดชอบ ไม่ได้จบเพียงการไม่สร้างภาระทางการเงินให้ตัวเอง แต่ยังหมายถึงการไม่ทิ้งภาระไว้ให้สิ่งแวดล้อมต้องรับต่อในอนาคต

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/sustainability/279422&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1mA5hvr7IpTyxyN6ta5ZO1