“กรุงเทพธุรกิจ” เกาะติด และนำเสนอปรากฏการณ์การไหลบ่าของทุนจีน เข้าสู่ประเทศไทย อย่างต่อเนื่อง ทั้งการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม อสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก โลจิสติกส์
“กรุงเทพธุรกิจ” เกาะติด และนำเสนอปรากฏการณ์การไหลบ่าของทุนจีน เข้าสู่ประเทศไทย อย่างต่อเนื่อง ทั้งการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม อสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก โลจิสติกส์
ตลอดจนการเข้าถือครองหรือกว้านซื้อที่ดินในพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เรามองว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องผิด ถ้าเป็นการลงทุนที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ถ่ายทอดเทคโนโลยี และสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทย
แต่สิ่งที่น่ากังวลมากยิ่งกว่าการเข้ามาของทุนต่างชาติคือ ความหละหลวมของระบบกำกับดูแลที่ปล่อยให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับความโปร่งใส การใช้ตัวแทนอำพราง และการเข้าถึงทรัพยากรของประเทศ โดยขาดการตรวจสอบที่เข้มแข็งเพียงพอ
ประเทศไทยกำลังเผชิญสถานการณ์ที่ราคาที่ดินในหลายพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ผู้ประกอบการไทยจำนวนไม่น้อยเริ่มสูญเสียความสามารถในการแข่งขันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น การกว้านซื้อที่ดิน การรวบรวมพื้นที่ขนาดใหญ่ และการพัฒนาโครงการที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายทุนต่างชาติ กำลังเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจในระดับพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ จนเกิดคำถามว่าประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นนั้นตกอยู่กับคนไทยมากน้อยแค่ไหน หรือกำลังกลายเป็นระบบเศรษฐกิจแบบปิดที่ใช้ทุนต่างชาติ แรงงานต่างชาติ และห่วงโซ่อุปทานต่างชาติ จนเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศลดลงอย่างน่าใจหาย
ทุนจีนที่ไหลบ่าเข้ามาแบบไร้การควบคุมกำลังเป็นเรื่องใหญ่ ขณะที่ “รัฐบาลไทย” ก็ยังไม่มีนโยบาย และกลไกกำกับดูแลที่ทันต่อปรากฏการณ์นี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งตรวจสอบปัญหานอมินี การถือครองที่ดิน การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงการใช้สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนที่อาจถูกบิดเบือนจากเจตนารมณ์เดิม การเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติเราเห็นว่ายังจำเป็นต่อเศรษฐกิจไทย แต่การเปิดประตูโดยไม่มีรั้ว ไม่มีการกลั่นกรอง ไม่มีมาตรการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ ย่อมนำมาซึ่งความเสี่ยงในระยะยาว ทั้งต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย และการเข้าถึงทรัพยากรของคนไทยเอง
เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มากๆ ที่รัฐบาลไม่ควรนิ่งเฉย หรือมองผ่านภาครัฐต้องเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้อนุญาต” มาเป็น “ผู้กำกับดูแล” อย่างจริงจังได้แล้ว เราไม่ควรปล่อยให้การพัฒนาเศรษฐกิจเดินไปในทิศทางที่คนไทยกลายเป็นเพียงผู้เช่าในบ้านของตนเอง การลงทุนจากต่างชาติต้องสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทย ไม่ใช่สร้างความอ่อนแอให้ผู้ประกอบการไทย หากรัฐบาล รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังเพิกเฉยต่อสัญญาณเตือนที่ปรากฏอยู่ในวันนี้ วันหนึ่งเราอาจพบว่าที่ดิน ทรัพยากร และโอกาสทางเศรษฐกิจจำนวนมากได้หลุดออกจากมือคนไทยไปแล้ว โดยที่ไม่มีใครลุกขึ้นมาทวงถามความรับผิดชอบจากผู้มีหน้าที่กำกับดูแลประเทศ
พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/blogs/opinion/1240201&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw07uIUFmTV6SdnUyZFOaY9v

