• Mon. Aug 10th, 2026

‘สส.อังสณา’ นำทีมพรรคเศรษฐกิจ ช่วยเด็ก 13  ถูกทำร้ายซ้ำซาก ประสานพม.เข้าคุ้มครอง

‘สสอังสณา’-นำทีมพรรคเศรษฐกิจ-ช่วยเด็ก-13 -ถูกทำร้ายซ้ำซาก-ประสานพม.เข้าคุ้มครอง‘สส.อังสณา’ นำทีมพรรคเศรษฐกิจ ช่วยเด็ก 13  ถูกทำร้ายซ้ำซาก ประสานพม.เข้าคุ้มครอง

9 ส.ค.2569-น.ส.อังสณา เนียมวณิชกุล สส.พรรคเศรษฐกิจ พร้อมด้วยนายพิริยะ อุไรวงค์ นายวงศธร โชคภัทรชัยกิจ และนายอลงกต สงพัฒน์แก้ว ผู้ช่วย สส. พรรคเศรษฐกิจ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากมารดาของเด็กอายุ 13 ปี ซึ่งขอความช่วยเหลือกรณีเด็กถูกกล่าวหาว่า ถูกผู้เป็นย่าทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงและเกิดขึ้นซ้ำหลายครั้ง

จากข้อมูลที่ได้รับร้องเรียน ครอบครัวมีความกังวลอย่างมากต่อความปลอดภัยของเด็ก เนื่องจากเหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ทำให้ผู้เป็นแม่ตัดสินใจเข้าร้องขอความช่วยเหลือ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง และวางมาตรการคุ้มครองเด็กโดยเร็วที่สุด

เบื้องต้น สส.อังสณา ได้ประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และบ้านพักเด็กและครอบครัวในพื้นที่ เพื่อให้เข้ามาร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน พร้อมจัดทีมสหวิชาชีพลงพื้นที่ประเมินความปลอดภัยของเด็ก และพิจารณามาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม รวมถึงการจัดหาที่พักปลอดภัยชั่วคราว หากพบว่าเด็กมีความเสี่ยง

น.ส.อังสณา กล่าวว่า เด็กอายุเพียง 13 ปี ไม่ควรต้องใช้ชีวิตอยู่กับความหวาดกลัวในบ้านของตัวเอง ไม่ว่าจะเกิดความขัดแย้งอะไรขึ้น เด็กไม่ควรเป็นผู้รับความรุนแรง ผู้ใหญ่มีหน้าที่ปกป้องเด็ก ไม่ใช่ทำให้เด็กต้องหวาดกลัวหรือได้รับบาดเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่า วันนี้ สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การกล่าวโทษใคร แต่คือการทำให้เด็กปลอดภัยก่อน

“กรณีที่เกี่ยวข้องกับเด็กต้องดำเนินการด้วยความละเอียดอ่อน โดยเฉพาะเมื่อเป็นข้อกล่าวหาความรุนแรงภายในครอบครัว จำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และต้องไม่เปิดเผยข้อมูลที่อาจทำให้เด็กได้รับผลกระทบหรือถูกซ้ำเติมเพิ่มเติม โดยทีมงานพรรคเศรษฐกิจจะติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ร่วมกับ พม. บ้านพักเด็กและครอบครัว และหน่วยงานสหวิชาชีพด้านคุ้มครองเด็ก เพื่อให้มีการตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ของเด็ก ประเมินความปลอดภัยทั้งทางร่างกายและจิตใจ และดำเนินการตามกฎหมายหากพบว่ามีการกระทำความรุนแรงจริง บ้านควรเป็นสถานที่ ๆ เด็กรู้สึกปลอดภัยที่สุด ไม่ใช่สถานที่ ๆ เด็กต้องกลัวที่สุด”

สส.พรรคเศรษฐกิฐระบุว่า กรณีนี้จึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงเรื่องภายในครอบครัว เพราะเมื่อมีเด็กเข้ามาเกี่ยวข้อง ทุกฝ่ายมีหน้าที่ต้องร่วมกันปกป้องสิทธิและความปลอดภัยของเด็กอย่างเร่งด่วน พรรคจะติดตามข้อร้องเรียนนี้จนกว่าจะเกิดความชัดเจน และสิ่งที่ต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด คือเด็กต้องปลอดภัย ได้รับการคุ้มครอง และไม่ต้องเผชิญความรุนแรงซ้ำอีก

เพิ่มเพื่อน

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/general-news/1047080/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0rwQkgDZQHCUy1a9Ggujhx