
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมามีการฟื้นตัวได้ดีกว่าที่คาดการณ์ แม้มีแรงกดดันและความตื่นตระหนกทางภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมคาดการณ์เศรษฐกิจไทย (GDP) ทั้งปี 2569 จะขยายตัว 2.3% ขยับดีขึ้นจากเดิมที่กังวลว่า จะเติบโตเพียง 1.5-1.7%
ทั้งนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะขยายตัว 2.1% ขณะที่นายวิทัยมองว่า เศรษฐกิจไทยยังเติบโตต่ำกว่าศักยภาพของประเทศ จึงควรเร่งขับเคลื่อนให้กลับมาขยายตัวในระดับ 3-4% ต่อปี เพื่อยกระดับรายได้ครัวเรือน สนับสนุนภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน
ขณะเดียวกัน ผู้ว่าการ ธปท. มองว่า ภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำอย่างต่อเนื่องเกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน ทั้งขีดความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง ภาคอุตสาหกรรมที่ถดถอย การเข้าสู่สังคมสูงวัย ปัญหาคุณภาพการศึกษา เศรษฐกิจสีเทา และการคอร์รัปชัน ซึ่งต้องใช้เวลาในการแก้ไขอย่างจริงจัง
อย่างไรก็ตาม ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ธปท. ได้เดินหน้านโยบายการเงินควบคู่กับการออกโครงการต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหา 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1. การจัดการและบรรเทาภาระหนี้ครัวเรือน 2. การเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs 3. การดูแลโครงสร้างต้นทุน ค่าธรรมเนียม และดอกเบี้ยให้เป็นธรรม และ 4. การปราบปรามเศรษฐกิจสีเทา
นายวิทัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ธปท. เดินหน้ายกระดับมาตรการภายใต้กรอบ “Bangkok Blueprint” เพื่อคุมเข้มระบบนิเวศทางการเงินทั้งระบบ ตั้งแต่การตรวจสอบบัญชีม้าและการสกัดกั้นธุรกรรมต้องสงสัย เช่น การโอนเงินก้อนกลมในช่วงกลางคืน รวมถึงการฟอกเงินผ่านการแปลงสินทรัพย์เป็นทองคำ สกุลเงินต่างประเทศ และคริปโทเคอร์เรนซี
นอกจากนี้ ผู้ว่าการ ธปท. มองว่า เศรษฐกิจไทยในระยะยาวยังได้รับผลบวกอย่างชัดเจนจากวัฏจักรเทคโนโลยีของโลก ทั้งปัญญาประดิษฐ์ (AI) ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) แผงวงจร (PCB) และหุ่นยนต์ (Robotics) ซึ่งอาจส่งผลให้ภาคการส่งออกเติบโตสูงถึง 17-18% ขณะที่การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) อาจทำสถิติสูงสุดในรอบหลายสิบปี
“ไทยกำลังเข้าสู่คลื่นการลงทุนระลอกที่ 2 ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนภาพรวมการลงทุนให้ขยายตัวราว 13% โดยโจทย์สำคัญในช่วง 2-3 ปีนี้ คือการเร่งกระจายเม็ดเงินสู่ห่วงโซ่อุปทาน SMEs และการจ้างงานจริง เพื่อไม่ให้ความมั่งคั่งกระจุกตัวอยู่เพียงกลุ่มทุนใหญ่” นายวิทัย กล่าว
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/local/872516&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GkWWbT9-fkvmJ08Ycm5Ob

