
ถอดสมการ IMF: ตีโจทย์ยกระดับเศรษฐกิจไทย โดยเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 ขยายตัว 2.1% พร้อมแนะทางรอดรัฐบาลเร่งแก้หนี้ครัวเรือน ช่วยเหลือมุ่งเป้า และเร่งผ่าตัดโครงสร้างการคลัง
17 ตุลาคม 2569 ในห้วงการประชุมใหญ่ IMF-World Bank 2026 ณ ประเทศไทย กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้เปิดเผยรายงานคาดการณ์ เศรษฐกิจไทย ปี 2569 ว่าจะขยายตัว 2.1% ท่ามกลางมรสุมความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พร้อมออกคำแนะนำเชิงนโยบายแก่ทางการไทยเพื่อเร่งสร้างกันชนทางการคลัง ปรับปรุงระบบภาษี และรับมือวิกฤต หนี้ครัวเรือน ที่พุ่งสูงอย่างยั่งยืน โดย IMF ย้ำเตือนรัฐบาลให้เน้นช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางแบบมุ่งเป้า ยึดหลักปกป้องคนมากกว่าปกป้องราคา เพื่อรักษาเสถียรภาพและฟื้นฟู เศรษฐกิจโลก และไทยในระยะยาว
การประชุม IMF-World Bank มีการคาดการณ์ทั้งเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทย รวมถึงยังมีข้อเสนอแนะการรอดในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้กับทุกประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย โดยในห้วงการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 หรือ IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ที่ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF ได้คาดการณ์ว่า ปี 2569 นี้ เศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3.1% ซึ่งต่ำกว่าปีที่แล้ว และอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นเป็น 4.7% เนื่องจากสงครามตะวันออกกลาง แต่การเติบโตของ AI ก็ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น และปี 2570 คาดว่า เศรษฐกิจโลก จะขยายตัว 3.4% และเงินเฟ้อจะลดลงเหลือ 4.1%
IMF ยังได้เปิดแนวโน้มการคลังทั่วโลก โดยเฉพาะหนี้สาธารณะ ซึ่งคาดการณ์ว่า ในปี 2573 หนี้สาธารณะทั่วโลก มีแนวโน้มแตะระดับ 100% ของ GDP ซึ่งเป็นระดับที่เคยเกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากปัจจุบันประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ และฐานะการคลังของประเทศต่าง ๆ กำลังเผชิญแรงกดดันจากภาระรายจ่ายภาครัฐที่เพิ่มสูงขึ้น และผลกระทบทางการคลังจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ซ้ำเติมความเปราะบาง
จากสถานการณ์ดังกล่าว IMF ได้มีข้อแนะนำเพื่อป้องกันความเสี่ยงให้ทุกประเทศ โดยให้แต่ละ ดำเนินมาตรการทางการคลังอย่างระมัดระวัง และมีวินัย หรือปฏิรูประบบภาษี และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายภาครัฐ ให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ลดข้อบิดเบือนและอุปสรรคต่อการลงทุน และคงความเป็นอิสระของธนาคารกลางของแต่ละประเทศ เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ พร้อมเร่งลดการขาดดุลในประเทศที่มีหนี้สูง หรือมีความเสี่ยงทางการคลังมาก
ส่วนนโยบายการแก้ปัญหาปากท้อง หรือสินค้าอุปโภคบริโภค หรือราคาพลังงาน ของแต่ละประเทศนั้น IMF เห็นว่า รัฐบาลแต่ละประเทศ รัฐบาลแต่ละประเทศ ควรใช้มาตรการช่วยเหลือด้านรายได้แบบชั่วคราว และให้ตรงกลุ่มเป้าหมายชั่วคราวและมุ่งเน้นประชาชนกลุ่มเปราะบาง แทนการอุดหนุนแบบวงกว้าง ซึ่งอาจกระทบกลไกราคา และเพิ่มภาระการคลังได้ เช่น การช่วยเหลือค่าเดินทางหรือค่าขนส่งสาธารณะ แทนการอุดหนุนราคาพลังงานแบบครอบคลุมทุกกลุ่ม
IMF ยังได้คาดการณ์เศรษฐกิจไทย ในปีนี้ จะโต 2.1% เท่ากับอันตราเงินเฟ้อ และในปี 2570 จะโต 2.2% และอัตราเงินเฟ้อ 1.7%
กรรมการจัดการกองทุน IMF ได้มีข้อเสนอสำหรับประเทศไทย ให้ยกระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และวางรากฐานมหภาคให้แข็งแกร่ง เพื่อทนต่อแรงกระแทกทางเศรษฐกิจ พร้อมยังเห็นว่า สำหรับประเทศไทย และอาเซียน ควรจะต้องร่วมมือกันให้มากขึ้น เพื่อใช้ประโยชน์ศักยภาพเศรษฐกิจจากภูมิภาค ซึ่งยังมีหลายสิ่งที่ประเทศไทยสามารถทำได้ เพียงแค่ใช้ประโยชน์จากประเทศเพื่อนบ้านให้มากขึ้น
ส่วนแนวทางในความจำเป็นต้องปกป้องกลุ่มเปราะบาง และการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงในไทยนั้น IMF ได้มีคำแนะนำเชิงนโยบายแก่ทางการไทย ทั้งการเร่งสร้างพื้นที่ทางการคลังใหม่ และ ต้องเริ่มสร้างกันชนทางการคลังขึ้นใหม่ เพื่อรับมือวิกฤตในอนาคต แต่มาตรการรัดเข็มขัด หรือลดการขาดดุล ก็ต้องทำอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้กระทบประชาชน
ส่วนมาตรการช่วงเหลือ ควรใช้นโยบายช่วยเหลือแบบมุ่งเป้า ส่งความช่วยเหลือไปยังครัวเรือนที่มีหนี้สูงและเปราะบางให้แม่นยำ ซึ่งจะช่วยควบคุมงบประมาณ และรักษาวินัยทางการคลังควบคู่กัน โดยยึดหลัก “ปกป้องประชาชน ไม่ใช่ปกป้องราคา”
ข่าวล่าสุด
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/business/378984946&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3itbb5BLDrzKOEBNyKIHe-

