• Tue. Sep 15th, 2026

วิกฤตไฟฟ้าสะอาด! “วีระยุทธ” ชี้เปลี่ยนผ่าน “พลังงาน” ไม่ใช่แค่เพิ่ม “EV-โซลาร์” ต้องกล้าลด “พลังงานฟอสซิล”

วิกฤตไฟฟ้าสะอาด!-“วีระยุทธ”-ชี้เปลี่ยนผ่าน-“พลังงาน”-ไม่ใช่แค่เพิ่ม-“ev-โซลาร์”-ต้องกล้าลด-“พลังงานฟอสซิล”วิกฤตไฟฟ้าสะอาด! “วีระยุทธ” ชี้เปลี่ยนผ่าน “พลังงาน” ไม่ใช่แค่เพิ่ม “EV-โซลาร์” ต้องกล้าลด “พลังงานฟอสซิล”

ประเด็นแรก วีระยุทธ กล่าวถึงความเข้าใจผิดที่สำคัญในการกำหนดนโยบายคือ การเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานไฟฟ้า หรือ Electrification นั้นต้องไม่ใช่แค่การเพิ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์เข้าไปในระบบการผลิตพลังงานเท่านั้น แต่จะต้อง “แทนที่” พลังงานฟอสซิลด้วยพลังงานสะอาดให้ได้ โดยเฉพาะประเทศไทยที่ยังคงใช้พลังงานฟอสซิลถึงร้อยละ 80 ในการผลิตไฟฟ้า จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่นโยบายต้องคำนึงถึงการลดการพึ่งพาฟอสซิล เพราะหากมุ่งแต่เพิ่มไฟฟ้าสะอาดโดยไม่ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างจริงจัง การเปลี่ยนผ่านนี้ก็จะไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่แท้จริง

ประเด็นที่สอง วีระยุทธ ได้เน้นย้ำความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ว่าเป็นภารกิจที่สำคัญของคนรุ่นปัจจุบันต่อโลกใบนี้ อีกทั้งหากไม่เปลี่ยนผ่านพลังงาน ก็จะไม่สามารถเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไทยได้

เนื่องจากปัจจุบัน “ไฟฟ้าสะอาด” กลายเป็นปัจจัยกำหนดความสามารถการแข่งขันทางเศรษฐกิจ โดยเป็นได้ทั้งปัจจัยสนับสนุนและกำแพงกีดกันทางการค้าภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธุรกิจที่ส่งออกไปยังตลาดคุณภาพสูง เช่น ยุโรปและออสเตรเลีย ที่ต้องการไฟฟ้าสะอาดในการผลิตมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเป็นเงื่อนไขที่ถูกกำหนดมาทั้งจากนโยบายของบริษัทแม่และมาตรการการค้าของประเทศผู้ซื้อ

แต่ขณะนี้ ประเทศไทยกลับมีอัตราการผลิตไฟฟ้าสะอาดต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก และหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป นักลงทุนดีๆ ที่คำนึงถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมและขายให้กับตลาดคุณภาพ ก็มีแต่จะย้ายฐานการผลิตไปที่อื่น

ทั้งนี้ ผลสำรวจจากรายงาน “Tailor the Transition: ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยไฟฟ้าสะอาด” โดย กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) พบว่า “ช่องว่างไฟฟ้าสะอาด” ของไทยที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของนักลงทุนจะขยายจาก 70% ในปี 2573 เป็น 80% ในปี 2578 และอาจทำให้บริษัทเหล่านี้ต้องย้ายฐานการผลิต หรือไม่ตัดสินใจลงทุนในไทยเพิ่ม แล้วหันไปลงทุนเฟสใหม่ในต่างประเทศ

อย่างไรก็ดี ลำพังการเพิ่มปริมาณไฟฟ้าสะอาดอย่างเดียวยังไม่พอ วีระยุทธ กล่าวว่า เราต้องการนโยบายที่ “คราฟต์” คือออกแบบกลไกที่เหมาะกับความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรมที่มีธรรมชาติแตกต่างกันด้วย เช่น ในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ควรมีการสนับสนุน SME ให้เปลี่ยนเครื่องจักรในการผลิต ส่วนผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มควรเชื่อมโยงกับการใช้ชีวมวลและก๊าซชีวภาพ ในขณะที่ซัพพลายเชนปิโตรเคมีต้องการระบบดักจับและกักเก็บคาร์บอนที่มีประสิทธิภาพ

“หากเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่ได้ เราก็เปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไทยไม่ได้เช่นกัน” วีระยุทธ กล่าว

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/business/economy/378983319&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2T9N460gQEdIooT-lp50j_