ศุภจี ส่งสัญญาณต่อ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ 2 เดือน เร่งหาแหล่งเงินเพิ่ม
‘ศุภจี’ เผย นายกรัฐมนตรีสั่ง ‘เอกนิติ’ เร่งพิจารณาต่อโครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ออกไปอีก 2 เดือน หลังเศรษฐกิจไทยยังเผชิญแรงกดดันจากวิกฤตพลังงานและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น พร้อมย้ำมาตรการช่วยประชาชนจะไม่ได้มีเพียงโครงการ 60:40 และเตรียมออกมาตรการรับมือโดยไม่รอถึงปลายปี
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ เฟส 2 ว่า ขณะนี้ประเทศไทยกลับมาเผชิญความเสี่ยงจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่เพิ่มขึ้น และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของประชาชน
ศุภจี ระบุว่า นายกรัฐมนตรีเข้าใจสถานการณ์เศรษฐกิจภายในประเทศ จึงมอบหมายให้ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พิจารณาความเป็นไปได้ในการต่อโครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ออกไปอีกระยะ
เมื่อถูกถามว่า จะต่อโครงการออกไปกี่เดือน รองนายกฯศุภจี ชู 2 นิ้ว พร้อมระบุว่าเป็นแนวทางที่นายกรัฐมนตรีให้ไว้ เบื้องต้นจึงเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลเตรียมพิจารณาต่อโครงการอีก 2 เดือน เพื่อช่วยประคองกำลังซื้อในช่วงที่เศรษฐกิจยังเผชิญแรงกดดัน
ส่วนวงเงินช่วยเหลือจะยังอยู่ที่ 1,000 บาทต่อเดือนหรือไม่ ศุภจีกล่าวว่า รายละเอียดต้องรอให้รองนายกฯเอกนิติเป็นผู้ชี้แจง โดยต้องพิจารณาแหล่งเงินและแนวทางดำเนินการในช่วง 2 เดือนดังกล่าว
“ต้องมาดูว่าภายในสองเดือนจะแคะกระปุกช่วยได้อย่างไร”
— ศุภจี กล่าว
สำหรับแหล่งเงินที่จะนำมาใช้รองรับมาตรการดังกล่าว ศุภจีระบุว่า สามารถพิจารณาได้จากหลายแหล่ง ทั้ง พ.ร.ก.เงินกู้ หรืองบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยรองนายกฯเอกนิติ จะเป็นผู้พิจารณาว่าจะใช้แหล่งเงินใดให้เหมาะสม
เร่งมาตรการรับมือน้ำมันแพง ไม่รอปลายปี
ด้านมาตรการรับมือราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมมาตรการดูแลผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจ
ศุภจีกล่าวว่า ได้มีการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์มาแล้วตั้งแต่เดือนมีนาคม จึงจะนำแนวทางดังกล่าวมาปรับใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา ได้หารือร่วมกับ 2 รองนายกฯ เอกนิติ, ปกรณ์ นิลประพันธ์ และกระทรวงพลังงาน ในวงหารือขนาดเล็ก เพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดแนวทางรับมือ
หลังจากนี้จะมีการประกาศแผนและมาตรการให้ชัดเจน โดยยืนยันว่าจะเป็นมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันที ไม่รอจนถึงช่วงปลายปี เนื่องจากแรงกดดันจากราคาพลังงานเริ่มส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจและประชาชนแล้ว
‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ไม่ใช่มาตรการเดียวที่รัฐเตรียมใช้
ศุภจียังย้ำว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะต่อไปจะไม่ได้พึ่งพาเพียงโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” หรือมาตรการร่วมจ่าย 60:40 เท่านั้น แต่จะต้องมีมาตรการอื่นเข้ามาช่วยประคองเศรษฐกิจด้วย
“วิกฤตครั้งนี้อาจจะรุนแรงกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะเราช้ำจากรอบแรก และยังไม่ฟื้น ประกอบกับช่วงโควิด”
— ศุภจี กล่าว
พร้อมระบุว่า รัฐบาลจำเป็นต้องมองสถานการณ์ในภาพรวมและดูแลเศรษฐกิจทั้งระบบ
การส่งสัญญาณต่อ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ จึงเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันด้านค่าครองชีพและต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รัฐบาลอยู่ระหว่างประเมินทั้งมาตรการด้านกำลังซื้อและมาตรการช่วยเหลือภาคเศรษฐกิจ เพื่อไม่ให้ผลกระทบจากวิกฤตพลังงานขยายวงกว้างมากขึ้น
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/thaihelp-plus-2months&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0TBtZBf43CpvSkUnIffCqg

