นักวิเคราะห์คาดส่วนต่าง Yield บอนด์ไทยอายุ 2 และ 10 ปี ลดเหลือ 74 Basis Points สิ้นปี จาก 98 จุด หลังเงินเฟ้อชะลอกว่าคาดและเศรษฐกิจอ่อนแรง หนุนแรงซื้อพันธบัตรระยะยาว
วันที่ 27 สิงหาคม 2569 เวลา 06.43 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย หรือ Yield Curve มีแนวโน้มแบนลง (Flattening) หลังเงินเฟ้อชะลอตัวกว่าคาดและเศรษฐกิจส่งสัญญาณอ่อนแรง กระตุ้นให้นักลงทุนเพิ่มความต้องการพันธบัตรระยะยาว ขณะที่ตลาดมองว่าอัตราดอกเบี้ยของไทยมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำต่อไป
ผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ของ Bloomberg คาดว่าส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 2 ปีและ 10 ปี จะลดลงเหลือประมาณ 74 Basis Points ภายในสิ้นปีนี้ จากระดับ 98 Basis Points เมื่อวันพุธ โดยคาดว่าการปรับตัวจะเกิดขึ้นจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวที่ลดลงเป็นหลัก
ความคาดหวังว่า Yield Curve ของไทยจะแบนลงเพิ่มสูงขึ้น หลังอัตราเงินเฟ้อเดือนกรกฎาคมชะลอตัวเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน สวนทางกับความกังวลก่อนหน้านี้ที่ว่า ราคาพลังงานสูงจากสงครามอิหร่านอาจเร่งแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในไทย ซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ
เงินเฟ้อไทยเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 1.95% เมื่อเทียบกับปีก่อน ลดลงจาก 2.42% ในเดือนมิถุนายน และต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดประมาณ 0.45 จุดเปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือเป็นการต่ำกว่าคาดมากที่สุดในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ของเอเชีย
หลังตัวเลขเงินเฟ้อประกาศเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม อัตราดอกเบี้ยสวอประยะ 6 เดือนของไทยปรับลดลงถึง 5 Basis Points ภายในวันเดียว สะท้อนการปรับมุมมองของตลาดต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย
ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวลงอย่างมากในไตรมาส 2 ยิ่งเพิ่มความต้องการลงทุนในพันธบัตรระยะยาว เนื่องจากตลาดประเมินว่า อัตราดอกเบี้ยของไทยมีโอกาสอยู่ในระดับต่ำต่อไป
Philip McNicholas นักกลยุทธ์ด้านพันธบัตรรัฐบาลเอเชียของ Robeco ระบุว่า Yield Curve ของไทยมีความชันสูงผิดปกติ ทำให้การลงทุนในพันธบัตรอายุยาวมีความน่าสนใจเมื่อเทียบเชิงมูลค่า และสนับสนุนแนวโน้มที่เส้นอัตราผลตอบแทนจะแบนลง โดยเฉพาะหากเงินเฟ้อออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ต่อไป
แนวโน้ม Yield Curve ไทยแบนลงอาจได้รับแรงสนับสนุนเพิ่มเติม หากเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน หลัง Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ประกาศโครงการซื้อพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว ซึ่งอาจช่วยกดอัตราผลตอบแทนระยะยาวของสหรัฐฯ
นักกลยุทธ์ของ Citigroup ระบุว่า ปัจจุบัน Yield Curve ของไทยมีความชันมากกว่าสหรัฐฯ จึงยังมีพื้นที่ให้แบนลงได้อีก หาก Yield Curve ของสหรัฐแบนลงอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่าการประมูลพันธบัตรไทยระยะยาวเริ่มได้รับแรงสนับสนุนมากขึ้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคม
ปัจจุบันส่วนต่าง Yield พันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 2 ปีและ 10 ปี สูงกว่าส่วนต่างของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มากกว่า 2 เท่า และถือว่าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย
ก่อนหน้านี้ Citigroup แนะนำกลยุทธ์ลงทุนที่คาดว่าส่วนต่างระหว่างอัตราสวอปไทยอายุ 2 ปีและ 10 ปีจะลดลงเหลือ 60 Basis Points จากปัจจุบันประมาณ 85 Basis Points สะท้อนมุมมองว่าแรงซื้อพันธบัตรระยะยาวของไทยยังมีโอกาสเพิ่มขึ้นในช่วงต่อจากนี้
อ้างอิง : www.bloomberg.com


