วันนี้ (27 ต.ค.2569) ศูนย์วิจัยกรุงศรี วิเคราะห์สถานการณ์ เศรษฐกิจโลกและไทยยังเผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนพลังงาน และกำลังซื้อที่เปราะบาง โดยราคาน้ำมันดิบโลกเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน ท่ามกลางความกังวลว่าสหรัฐอเมริกา อาจกลับมาโจมตีอิหร่านหลังการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือน พ.ย.
ขณะที่อิหร่านปฏิเสธการเจรจารอบใหม่ หากสหรัฐฯ ไม่ยอมรับเงื่อนไขที่เสนอผ่านประเทศตัวกลาง อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน เริ่มมีสัญญาณผ่อนคลาย หลังผู้แทนทั้งสองฝ่ายและสหรัฐฯ เตรียมเจรจาสันติภาพในช่วงครึ่งแรกของเดือนพ.ย.
น้ำมันโลกพุ่งสูงสุด 5 เดือน จับตาภูมิรัฐศาสตร์ ฉุดบริโภคไทยฟื้นช้า
ด้านยุโรป ความเสี่ยงทางการคลังเพิ่มขึ้นจากราคาพลังงานและต้นทุนการกู้ยืมที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่การประท้วงในฝรั่งเศสจากความไม่พอใจต่อค่าครองชีพ ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และแผนลดรายจ่ายภาครัฐ สะท้อนแรงต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดที่อาจขยายไปยังประเทศอื่นในภูมิภาค หากรัฐบาลต่าง ๆ มีข้อจำกัดในการลดการขาดดุล อาจกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน เพิ่มความผันผวนในตลาดพันธบัตร และซ้ำเติมความเปราะบางทางเศรษฐกิจของยุโรปในระยะข้างหน้า
น้ำมันโลกพุ่งสูงสุด 5 เดือน จับตาภูมิรัฐศาสตร์ ฉุดบริโภคไทยฟื้นช้า
ขณะที่เศรษฐกิจจีนไตรมาส 3 ขยายตัว 4.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้นจาก 4.3% ในไตรมาส 2 แต่เศรษฐกิจภายในประเทศยังมีความเปราะบาง ทำให้รัฐบาลมีแนวโน้มเน้นประคับประคองการเติบโตให้บรรลุเป้าหมาย มากกว่าการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ พร้อมรักษาพื้นที่ทางนโยบายเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งอุปทานส่วนเกินและหนี้สินภาครัฐ รวมถึงผลักดันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ให้เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว
สำหรับเศรษฐกิจไทย คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพิ่มเติม ภายใต้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 1.1 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 1.5 ล้านครัวเรือน โดยแบ่งมาตรการเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ มาตรการบรรเทาความเดือดร้อน มาตรการฟื้นฟู และมาตรการด้านภาษี ควบคู่กับมาตรการกระตุ้นการบริโภค เพื่อบรรเทาผลกระทบและพยุงกำลังซื้อในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี
น้ำมันโลกพุ่งสูงสุด 5 เดือน จับตาภูมิรัฐศาสตร์ ฉุดบริโภคไทยฟื้นช้า
อย่างไรก็ตาม แรงส่งต่อการบริโภคภาคเอกชนยังมีข้อจำกัดจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะผลกระทบจากการชะลอใช้จ่าย (Payback Effect) หลังสิ้นสุดมาตรการไทยช่วยไทยพลัส ขณะที่ความเสียหายจากน้ำท่วม มีแนวโน้มสร้างภาระต่อสินทรัพย์ทางกายภาพของครัวเรือนสูงกว่าความเสียหายต่อผลผลิตหรือ GDP ส่งผลให้ประชาชนต้องแบกรับภาระซ่อมแซมและฟื้นฟูในระยะข้างหน้า ท่ามกลางหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงถึง 85.2% ต่อ GDP ในไตรมาส 2
น้ำมันโลกพุ่งสูงสุด 5 เดือน จับตาภูมิรัฐศาสตร์ ฉุดบริโภคไทยฟื้นช้า
นอกจากนี้ รายได้แรงงานยังฟื้นตัวอย่างจำกัด โดยไตรมาส 2 รายได้แรงงานรวมหดตัว 0.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนรายได้กลุ่มอาชีพอิสระหดตัวกว่า 2.0% ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ย.2569 ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 52.1 จาก 53.2 ในเดือนก่อนหน้า สะท้อนความกังวลต่อสถานการณ์น้ำท่วมและค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง
ดังนั้น แม้มาตรการเยียวยาน้ำท่วมและกระตุ้นการบริโภค จะช่วยประคองการใช้จ่ายในช่วงปลายปี แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความสามารถในการฟื้นฟูทรัพย์สินและรายได้ของครัวเรือน ตลอดจนทิศทางราคาพลังงานโลก ที่อาจเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนสินค้าและค่าครองชีพในระยะต่อไป
อ่านข่าว:
ส่งออก ก.ย. ทุบสถิติ โต 24% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ลุ้นทั้งปีโต 19%
สัปดาห์นี้ “เงินบาท” ผันผวนสูง จับตาประชุมเฟด–ECB–BOJ -กนง.
เอกชนชี้เศรษฐกิจไทยโตแบบ K-Shape จี้รัฐเร่งปฏิรูป ปราบโกง–สร้างเสถียรภาพ
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/571698&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3_j_UuRsVz4LuFrmhkRAco

