ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ครม. ในวันนี้ จับตาวาระสำคัญใกล้ชิด คือการพิจารณาปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี
อย่างไรก็ตาม การปรับลดภาษีในครั้งนี้จะมีความแตกต่างจากอดีต โดยรัฐบาลจะไมใช้วิธีลดภาษีแบบหว่านแหหรือลดรวมทุกประเภทเหมือนที่ผ่านมา แต่จะเลือกปรับลด 2 ประเภท เฉพาะน้ำมันไบโอดีเซล B20 และแก๊สโซฮอล์ E20 ตามแนวทางของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง เพื่อไม่ให้กระทบฐานะทางการคลังมากเกินไป เพราะหากลดภาษีหมดทุกประเภท จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้สูงถึงหลักหมื่นล้านบาทต่อเดือน
ปัจจุบัน แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ลิตรละ 6 บาท และน้ำมันดีเซล B20 เก็บลิตรละ 5.953 บาท ซึ่งต้องดูว่าจะลดภาษีเหลือลิตรละเท่าไร ซึ่งมีหลายแนวทางให้พิจารณา รวมถึงต้องว่าการลดภาษีลง จะนำไปช่วยเหลือลดราคาขายปลีกแก่ประชาชน หรือลดแล้วไปอุ้มกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่กำลังติดลบนับแสนล้านบาท
นายเอกนิติ กล่าวไว้ว่า เป้าหมายการลดภาษีนี้ นอกจากช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ค่าขนส่งโลจิสติกส์แล้ว ยังช่วยส่งเสริมให้มีการใช้กลุ่มเชื้อเพลิงชีวภาพช่วยเรื่องการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนส่งผลดีโดยตรงต่อเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันและอ้อย ให้มีช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางเกษตรเพิ่มขึ้น
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6306959/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1bucBRNJKCWOZGaIC8HsNm

