สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงในวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม หลังมีรายงานว่าประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) เห็นชอบข้อเสนอให้ระบายน้ำมันดีเซลสำรองเพิ่มเติมออกสู่ตลาด ตามข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดราคาเชื้อเพลิงและลดการพึ่งพาการนำเข้าจากสหรัฐฯ
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพฤศจิกายน ลดลง 1.76 ดอลลาร์ หรือ 1.9% ปิดที่ 91.11 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนธันวาคม ลดลง 6 เซนต์ หรือ 0.06% ปิดที่ 102.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สำหรับภาพรวมตลอดสัปดาห์นี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 0.11% ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.6%
แหล่งข่าวเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปเห็นชอบข้อเสนอของฝรั่งเศสที่จะระบายน้ำมันดีเซลจากคลังสำรองเพิ่มเติมออกมา ซึ่งตลาดมองว่าอาจช่วยเพิ่มปริมาณเชื้อเพลิงในตลาดและลดแรงกดดันด้านราคา
ด้านทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ระบุว่า ยุโรปได้เห็นชอบที่จะระบายน้ำมันดีเซลสำรองจำนวนมหาศาลที่มีการกักเก็บไว้ในปริมาณมากออกมา โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้ทรัมป์กล่าวว่า กำลังพิจารณามาตรการห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลจากสหรัฐฯ
การเคลื่อนไหวของยุโรปและท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ตลาดน้ำมันจับตา เนื่องจากการเพิ่มปริมาณดีเซลสำรองออกสู่ตลาดอาจส่งผลต่อสมดุลอุปสงค์และอุปทาน รวมถึงทิศทางราคาน้ำมันในระยะต่อไป
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/326092&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3TlKkUz3LHUT8LwxG_DS6j

