นางสาวฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวถึงจุดด้อยและโจทย์สำคัญของจังหวัดตราดว่า เรื่องหนึ่งคือระยะทางและการเดินทางที่ค่อนข้างไกล โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดอื่น ซึ่งถือเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญในการพัฒนาจังหวัด
ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ยกตัวอย่างการเดินทางมารับตำแหน่งจากจังหวัดฉะเชิงเทราว่า ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงเต็ม และระหว่างทางยังพบสถานการณ์น้ำท่วมในบางพื้นที่ จึงมองว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบการเดินทาง เป็นเรื่องสำคัญต่อการพัฒนาจังหวัดและการเข้าถึงพื้นที่
อย่างไรก็ตาม นางสาวฉัตรประอร มองว่า ระยะทางไม่ควรเป็นอุปสรรค หากจังหวัดสามารถสร้างจุดเด่นและทำให้ตราดกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้คนต้องการเดินทางมา เพราะหากมีจุดดีและจุดแข็ง การเดินทางก็ไม่ควรเป็นอุปสรรค หากถนนหนทางมีความสะดวก
พร้อมเสนอแนวคิดว่า ตราดควรสร้างภาพจำใหม่ให้เกิดขึ้นว่า “ตราดต้องมา” หรือเป็น Destination ที่นักท่องเที่ยวและผู้มาเยือนตั้งใจเดินทางเข้ามา ไม่ใช่เพียงจังหวัดที่อยู่ปลายทางและต้องใช้เวลาเดินทางนาน

“ดิฉันอยากให้เป็นแบบนั้น อยากทำตรงนี้จริง ๆ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจตราด มาทดแทนเรื่องของการค้าชายแดน” ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าว
นางสาวฉัตรประอร ยังกล่าวถึงศักยภาพของจังหวัดตราดว่า ตราดเป็นเมืองเล็กที่มีความน่ารัก สงบ และมีทรัพยากรจำนวนมากที่สามารถนำมาต่อยอดเป็นจุดขายและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดได้
โดยมองว่า ตราดสามารถพัฒนาเป็น “ปอดและลมหายใจของภาคตะวันออก” โดยเฉพาะการนำจุดเด่นที่มีอยู่แล้ว ทั้งอาหารทะเล ความสวยงามของทะเล ผลไม้ รวมถึงอาหารและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น มาสร้างมูลค่าเพิ่ม
“ศักยภาพของตราดซ่อนตัวอยู่ เดี๋ยวเราดึงจุดเด่นของศักยภาพตราดวันนี้มา” ผู้ว่าฯ ตราด กล่าว

พร้อมยอมรับว่า สถานการณ์การค้าชายแดนอาจได้รับผลกระทบจากปัญหาบริเวณชายแดน จึงจำเป็นต้องมองหาศักยภาพด้านอื่นของจังหวัดมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กัน ทั้งด้านการท่องเที่ยว ทรัพยากรธรรมชาติ อาหาร และเศรษฐกิจฐานราก
แนวทางดังกล่าวจึงเป็นอีกโจทย์สำคัญของนางสาวฉัตรประอร นิยม ในการเข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ท่ามกลางความท้าทายด้านการค้าชายแดน และการมองหาเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่จากศักยภาพที่มีอยู่ในพื้นที่ เพื่อสร้างภาพจำใหม่ให้ตราดเป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้คน “ต้องมา”


