• Tue. Aug 11th, 2026

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับ นายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในโอกาสเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกข

นางศุภจี-สุธรรมพันธุ์-รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์-ร่วมคณะนายอนุทิน-ชาญวีรกูล-นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย-ให้การต้อนรับ-นายมิน-ออง-ไลง์-ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา-ในโอกาสเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกขนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับ นายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในโอกาสเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกข

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับ นายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในโอกาสเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ณ บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล


watermark

           นางศุภจีร่วมคณะนายกรัฐมนตรีในการหารือเต็มคณะกับประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อสานต่อและยกระดับความร่วมมือทวิภาคีในทุกมิติ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องผลักดันความร่วมมือด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน พลังงาน การพัฒนา และการแก้ไขปัญหาข้ามแดน
         ในส่วนของความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้า ไทยได้ผลักดันให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Commission: JTC) ไทย–เมียนมา ครั้งที่ 8 ภายในปี 2569 หลังเว้นว่างมานานกว่า 10 ปี เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจและขยายมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศสู่เป้าหมาย 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2575 พร้อมเสนอให้ทั้งสองฝ่ายร่วมลดอุปสรรคทางการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะการผ่อนปรนมาตรการเกี่ยวกับใบอนุญาตนำเข้า (Import License) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจและส่งเสริมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ
          นอกจากนี้ ไทยยังเสนอให้ส่งเสริมความร่วมมือด้านการเงินเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน รวมถึงการพิจารณาเปิดจุดผ่านแดนเพิ่มเติมในพื้นที่ที่สถานการณ์เอื้ออำนวย การจัดตั้งคณะทำงานด้านความเชื่อมโยงระหว่างไทยกับเมียนมา การผลักดันความร่วมมือด้านพลังงานทั้งโครงการเดิมและโครงการใหม่ ตลอดจนการส่งเสริมบทบาทของภาคเอกชนผ่านความร่วมมือระหว่างหอการค้าของทั้งสองประเทศทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น
          สำหรับประเด็นความร่วมมือด้านการค้า กระทรวงพาณิชย์ยังได้หารือเรื่องการผ่อนคลายมาตรการ Import Licensing ของเมียนมา โดยขอให้พิจารณาเพิ่มความสะดวกและความชัดเจนในการออกใบอนุญาตนำเข้า โดยเฉพาะสินค้าที่จำเป็นต่อการผลิต เช่น เครื่องจักรกล วัสดุก่อสร้าง และปูนซีเมนต์ รวมทั้งได้ติดตามความร่วมมือด้านการค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ภายหลังไทยขยายระยะเวลานำเข้าตามคำขอของเมียนมาจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 2569 พร้อมรับทราบข้อเสนอการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านการค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งจะพิจารณาภายใต้หลักผลประโยชน์ร่วมกันและความสอดคล้องกับกฎหมายและพันธกรณีระหว่างประเทศ
          อีกทั้ง ไทยได้เสนอให้เมียนมาพิจารณาอนุญาตให้ใช้เงินบาทเป็นสกุลเงินสำหรับธุรกรรมด้านการลงทุนเพิ่มเติมจากการค้าสินค้า เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการลงทุนของภาคเอกชนไทย และสนับสนุนการลงทุนในสาขาที่มีศักยภาพ อาทิ พลังงาน อุตสาหกรรมการผลิต บริการทางการเงิน และเหมืองแร่ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศในระยะยาว
          ต่อมา เวลา 12.30 น. นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนเอกสารความร่วมมือ จำนวน 3 ฉบับ ครอบคลุมความร่วมมือด้านแรงงาน การจัดการคุณภาพน้ำ และเทคโนโลยีอวกาศ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างไทยและเมียนมาให้มีความใกล้ชิด เป็นรูปธรรม และเกิดประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว
          ทั้งนี้ เมียนมาเป็นคู่ค้าอันดับ 8 ของไทยในอาเซียน โดยในปี 2568 การค้ารวมระหว่างสองประเทศมีมูลค่า 7,392.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 การค้ารวมมีมูลค่า 3,884.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.21 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

 


image รูปภาพ


Line Line


———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.moc.go.th/th/content/category/detail/id/4/iid/10321&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2r5VCzU-_oSXtYAlIJjkqQ