• Fri. Jun 5th, 2026

ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่-:-ยุทธศาสตร์-4-มิติ-ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยวถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว
ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

11 วันบนเส้นทางสายไหมใหม่: บทเรียนจาก Urumqi–Lanzhou สู่อนาคตเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทย-จีน

โดย ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA)

การเดินทางระยะเวลา 11 วันของคณะการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) บนเส้นทางยุทธศาสตร์ อูรูมุฉี–ตุนหวง–เจียอวี้กวน–จางเย่–หลานโจว ครอบคลุมพื้นที่มณฑลซินเจียงและกานซู่

 หมุดหมายครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่กิจกรรม Roadshow เพื่อจับคู่ธุรกิจ (B2B) หรือการกระตุ้นยอดขายในระยะสั้นตามปกติ หากแต่เป็นเซสชันสำคัญในการถอดรหัสภาพอนาคตของระบบเศรษฐกิจการเดินทางโลก (Global Mobility Economy) 

และการกำหนดตำแหน่งแห่งที่ (Positioning) ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในอีก 10–20 ปีข้างหน้า
 

ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

เมื่อพิจารณาผ่านแว่นตาการวิเคราะห์ทางธุรกิจ การขยับตัวของจีนในพื้นที่ตะวันตกเฉียงเหนือครั้งนี้สะท้อนภาพการเชื่อมโยงของ 4 มิติหลักที่แยกกันไม่ออก 

นั่นคือ ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) + การบิน (Aviation) + การท่องเที่ยว (Tourism) + เศรษฐกิจภูมิภาค (Regional Economy) ซึ่งกำลังจะกลายมาเป็นสมการใหม่ที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยต้องทำความเข้าใจ

1. ห่วงโซ่อุปทานใหม่: จากดินแดนไร้ทะเล สู่ประตูเชื่อมยูเรเซีย

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เม็ดเงินและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของจีนกระจุกตัวอยู่แถบชายฝั่งตะวันออก (ปักกิ่ง, เซี่ยงไฮ้, กวางโจว) 

แต่ภายใต้ยุทธศาสตร์ Belt and Road Initiative (BRI) รัฐบาลจีนได้ทำการปรับโครงสร้างซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ครั้งใหญ่ 

ยกระดับให้ซินเจียงและกานซู่กลายเป็นประตูหน้าด่านหลักในการเชื่อมต่อภาคพื้นทวีป

ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

โดยเฉพาะ “อูรูมุฉี” (Urumqi) ที่ถูกวางตำแหน่งให้เป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) และศูนย์โลจิสติกส์ระดับภูมิภาคที่เชื่อมต่อไปยังกลุ่มประเทศสถาปัตยกรรมเศรษฐกิจใหม่ 

อาทิ คาซัคสถาน, อุซเบกิสถาน, คีร์กีซสถาน, ทาจิกิสถาน รวมถึงรัสเซียและยุโรปตะวันออก

มุมมองเชิงธุรกิจ: สำหรับภาคการท่องเที่ยวไทย เราไม่ได้กำลังมองแค่ตลาดซินเจียงที่มีประชากร 25 ล้านคนอีกต่อไป 

แต่เรากำลังมองหาลู่ทางเข้าสู่ตลาดประชากรระดับ “หลายร้อยล้านคน” 

ในแถบยูเรเซียผ่านประตูบานใหม่นี้ นี่คือการขยายฐานลูกค้านักท่องเที่ยวกลุ่มกำลังซื้อสูง (High-spending target) ที่น่าจับตา ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

2. โมเดลนิเวศวิทยาการเดินทาง (Tourism Ecosystem) และการปฏิวัติด้วย C919

บทเรียนราคาแพงที่ผู้กำหนดนโยบายและเอกชนไทยต้องเรียนรู้จากจีน คือการที่เขาไม่เคยแยก “อุตสาหกรรมการบิน” ออกจาก “ภาคการท่องเที่ยว” 

จีนไม่ได้สร้างเครื่องบินพาณิชย์ขนาดกลางอย่าง C919 หรือเครื่องบินลำตัวกว้าง C929 เพียงเพื่อไปแข่งขันกับยักษ์ใหญ่อย่าง Boeing หรือ Airbus ในเชิงพาณิชย์เท่านั้น 

แต่เป็นการสร้าง ระบบนิเวศท่องเที่ยวแห่งชาติ (National Tourism Ecosystem) ที่เบ็ดเสร็จในตัวเอง

ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

จีนกำลังร้อยเรียงจิ๊กซอว์ทางธุรกิจเข้าด้วยกัน

ฮาร์ดแวร์: เครื่องบินที่ผลิตเอง + สนามบินเกิดใหม่ในเมืองรอง + โครงข่ายรถไฟความเร็วสูง

ซอฟต์แวร์ & บริการ: ระบบชำระเงินดิจิทัล (FinTech) + แพลตฟอร์มท่องเที่ยวและ OTA ยักษ์ใหญ่ + ซัพพลายเชนโรงแรมและบริการที่ได้มาตรฐาน

เมื่อเครื่องบิน C919 ถูกนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบในสายการบินในประเทศ ต้นทุนการดำเนินงาน (Operating Cost) ของสายการบินจีนจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้เมืองรอง (Tier 2-3 Cities) ในจีนสามารถเปิดเส้นทางบินตรงเชื่อมโยงกันเองและบินสู่นานาชาติได้ง่ายขึ้น เกิดการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวป้อนเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง

ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

3. กระบวนทัศน์ใหม่ “Two-Way Tourism” : เลิกเป็นผู้ซื้อ-ผู้ขาย แต่เป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์”

ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ทางการท่องเที่ยวระหว่างไทยและจีนตั้งอยู่บนสมการแบบดั้งเดิม คือการทำตลาดเพื่อดึงคนจีนมาเที่ยวเมืองไทย (Inbound) ซึ่งเป็นกรอบคิดแบบ “ผู้ซื้อ-ผู้ขาย” แต่ในโลกการค้ายุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย Eurasian Tourism Economy Corridor กรอบคิดนี้ใช้ไม่ได้อีกต่อไป

แนวคิด Thai–China Two-Way Tourism ที่ ATTA และ ททท. พยายามผลักดัน คือการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็น “หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยว” (Strategic Partner)

ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

จุดแข็งของจีน

– ขนาดตลาดมหึมา (Scale)

– เทคโนโลยีการบริหารจัดการและ FinTech

– โครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคมที่ทรงพลัง

– เครือข่ายสายการบินที่ครอบคลุม

จุดแข็งของประเทศไทย

– ศักยภาพด้านงานบริการ (Hospitality)

– การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ (Wellness)

– สินทรัพย์ทางวัฒนธรรมและ Soft Power

– ชัยภูมิการเป็นศูนย์กลาง (Gateway) ของอาเซียน

ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

การนำข้อได้เปรียบที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน (Complementary Advantages) มาชนกัน จะช่วยให้เกิดการร่วมทุน การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงภาคพื้นทวีป 

และการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการท่องเที่ยว (TravelTech) ซึ่งจะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจสูงกว่าการนั่งรอโควตานักท่องเที่ยวแบบเดิม

4. ยุทธศาสตร์ 5 ด้านที่ประเทศไทยต้องเร่งลงมือ

เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเกาะเกาะไปกับคลื่นลูกใหม่ของเศรษฐกิจสายไหมนี้ได้ ภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 5 มิติอย่างเร่งด่วน:

Strategic Alliance: สร้างพันธมิตรเชิงนโยบายและการค้ากับมณฑลในภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีนโดยตรง ไม่พึ่งพาเพียงแค่เอเจนซี่จากหัวเมืองใหญ่ทางตะวันออก

Aviation Connectivity: สนับสนุนสายการบินในการเปิดรูทบินตรง (Direct Flight) ระหว่างเมืองหลักของไทยกับ Aviation Hub เกิดใหม่ เช่น อูรูมุฉี และหลานโจว เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง

ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

Product Tailoring: พัฒนาและออกแบบสินค้าบริการท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) เช่น การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical & Wellness) และมรดกวัฒนธรรม เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงจากจีนตะวันตกและเอเชียกลาง

Data-Driven & Tourism Intelligence: ยกระดับการใช้ Big Data และระบบข้อมูลอัจฉริยะเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนไปใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลในการวางแผนเดินทาง เพื่อให้การทำการตลาดแม่นยำ (Precision Marketing)

ASEAN Gateway: วางบทบาทประเทศไทยให้เป็น “ประตูสู่อาเซียน” สำหรับนักท่องเที่ยวจากเส้นทางสายไหมเหนือ โดยใช้ไทยเป็นจุดกระจายตัวเดินทางต่อไปยังประเทศเพื่อนแบบไร้รอยต่อ

บทสรุปวิสัยทัศน์

การเดินทาง 11 วันบนเส้นทางสายไหมยุคใหม่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า โลกกำลังเคลื่อนย้ายศูนย์กลางเศรษฐกิจจาก Atlantic Economy มาสู่ Eurasian Economy และจีนกำลังเปลี่ยนผ่านตัวเองจากมหาอำนาจทางการผลิต สู่การเป็น “มหาอำนาจด้านการเดินทางและการเชื่อมโยงโลก”

Roadshow ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่กิจกรรมการตลาดเพื่อหาตัวเลขนักท่องเที่ยวในงบประมาณประจำปี แต่คือการปักหมุดและวางรากฐานความร่วมมือระยะยาว 10–20 ปีข้างหน้า 

เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยจากประเทศที่เป็นเพียง “จุดหมายปลายทาง” (Destination) ให้กลายมาเป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ส่วนสำคัญ” ในห่วงโซ่เศรษฐกิจการเดินทางและการท่องเที่ยวที่ทรงพลังที่สุดแห่งหนึ่งของโลกศตวรรษที่ 21 ถอดรหัสเส้นทางสายไหมใหม่ : ยุทธศาสตร์ 4 มิติ ดันไทยหุ้นส่วนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/743437&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0eOslNZAPeaV8fWYP_pugj