• Wed. May 13th, 2026

‘กลุ่มโรงพยาบาล’ ครึ่งปีแรก ‘กำไรทรุด’ เซ่นพิษสงคราม-เศรษฐกิจซบ ลุ้นรายได้ต่างชาติฟื้น

‘กลุ่มโรงพยาบาล’-ครึ่งปีแรก-‘กำไรทรุด’-เซ่นพิษสงคราม-เศรษฐกิจซบ-ลุ้นรายได้ต่างชาติฟื้น‘กลุ่มโรงพยาบาล’ ครึ่งปีแรก ‘กำไรทรุด’ เซ่นพิษสงคราม-เศรษฐกิจซบ ลุ้นรายได้ต่างชาติฟื้น

‘กลุ่มโรงพยาบาล’ ไตรมาส 1 ปี 2569 ทิศทางกำไรมีแนวโน้มลดลง 6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน หลังภาวะเศรษฐกิจซบเซา และความขัดแย้งตะวันออกกลาง คาดหวังการฟื้นตัวช่วงครึ่งปีหลังจากรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ มองแนวโน้มระยะยาวยังมีปัจจัยบวกจาก ‘ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ-สังคมสูงอายุ’

เมื่อภาวะเศรษฐกิจกำลังสะเทือนทิศทางผลดำเนินงาน “กลุ่มโรงพยาบาล” ไตรมาส 1 ปี 2569 ชะลอตัว สะท้อนผ่าน “กำไร 5 หุ้นหลัก” ประกอบด้วย บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) หรือ CHG และบริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 

โดยคาด “กำไรกลุ่มโรงพยาบาล” ไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 6,393 ล้านบาท ลดลง 6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สะท้อนจากเศรษฐกิจในประเทศ “ซบเซา” และถูกซ้ำเติมด้วยความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งใน “ตะวันออกกลาง” ภาพรวมทั้งปีคาดกำไรโตต่ำที่ 4% มองยังมีโอกาสฟื้นตัวช่วงครึ่งปีหลังหากผู้ป่วยต่างชาติกลับมา และเศรษฐกิจฟื้นตัว ระยะยาวยังมีดีมานด์หนุนจาก “ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” และ “สังคมสูงอายุ”

“มินทรา รัตยาภาส” นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คาดการณ์กำไรสุทธิหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล 5 ตัว ได้แก่ BDMS, BH, BCH, CHG และ PR9 ในไตรมาส 1 ปี 2569 ภาพรวมอยู่ที่ 6,393 ล้านบาท ลดลง 6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ถือว่าค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะในช่วงเดือนมี.ค. ที่เริ่มรับรู้ผลกระทบของปัจจัยความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

โดยปัจจัยหลักมาจาก “ผู้ป่วยในประเทศชะลอ” เข้ารับการรักษาจากภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอน สวนทางรายได้จากผู้ป่วยต่างประเทศยังคงเติบโต และมีรายได้ต่อคนสูงกว่าผู้ป่วยในประเทศ โดยในกลุ่มโรงพยาบาลด้วยกันคาดว่าจะมีเพียง BH ที่กำไรยังเติบโตได้ 3% จากช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน จากการควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้นเป็นหลัก แต่ในแง่รายได้ยังถือว่าโตต่ำเพียง 1%

ทั้งนี้ ในไตรมาส 2 ปี 2569 คาดว่ากำไรสุทธิของกลุ่มโรงพยาบาลจะยังไม่โดดเด่น ทรงตัวจากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นโลว์ซีซัน โดยเฉพาะเดือนเม.ย. ที่มีวันหยุดหลายวัน รวมถึงรับรู้ผลกระทบจากสงครามมากขึ้น แต่หลังจากนี้ยังมีอัปไซด์ที่ต้องจับตามองเกี่ยวกับการฟื้นตัวของดีมานด์การเข้ารับการรักษา ซึ่งคาดว่าจะส่งผลต่อการเติบโตของกำไรได้ในช่วงครึ่งหลังปี 2569

“กลุ่มโรงพยาบาลเป็นหุ้นที่ไม่ได้ขายเรื่องการเติบโตที่หวือหวาอยู่แล้ว เรายังมองว่าหุ้นกลุ่มนี้ยังทำหน้าที่ได้ดีในเชิงดีเฟนซีฟ กำไรสุทธิของทั้งกลุ่มในปี 2569 เราคาดว่าจะเติบโตราว 4% จึงคงคำแนะนำ “ถือ” ให้ BDMS เด่นกว่ากลุ่ม จากกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ-รักษาความสามารถการทำกำไรได้ดี อีกด้านมอง PR9 หลังมีศักยภาพในการเติบโต และขยายตลาดใหม่ๆ”

“เกษม พันธ์รัตนมาลา” ผู้บริหารสูงสุด สายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ซีจีเอส- อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI เปิดเผยว่า งบการเงินในกลุ่มโรงพยาบาลที่ออกมาแล้วของ BH ที่ 1,790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดีจากรายได้การให้บริการที่เพิ่มขึ้น แม้ช่วงปลายไตรมาสจะเห็นการชะลอตัวของผู้ป่วยทั้งใน และต่างประเทศบางส่วนจากปัจจัยด้านสงคราม

สำหรับ BDMS รายได้ในไตรมาส 1 คาดยังเติบโตแต่ไม่ได้สูงมาก จาก “อัตรากำไร” หรือ “มาร์จิน” ที่เพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายการขาย และบริหารเพิ่มขึ้น อีกทั้งได้ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางเข้ากดดันหลายมิติ ทั้งการเลื่อนใช้บริการของผู้ป่วยจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และการยกเลิกเที่ยวบินในตะวันออกกลาง ทำให้ไม่สามารถเดินทางมารักษาได้

ขณะที่ แนวโน้มกำไรกลุ่มโรงพยาบาลในไตรมาส 2 ภาพรวมคาดว่าจะชะลอลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 เนื่องจากปัจจัยของสงครามเป็นหลัก โดยคาดว่าผลกระทบจะอยู่ในเดือนเม.ย. หากสงครามยุติได้อย่างแท้จริงในเดือนพ.ค. อาจเริ่มเห็นการฟื้นตัวในกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลางจากจำนวนเที่ยวบินที่จะกลับมา รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่ลดลง 

ทั้งนี้ คาดว่า BH จะมีแนวโน้มฟื้นตัวได้มากกว่า BDMS เนื่องจากมีสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติสูงกว่า และเป็นผู้ป่วยในกลุ่มที่รักษายากซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางมารักษาในไทย

อย่างไรก็ตาม คาดการณ์กำไรสุทธิกลุ่มโรงพยาบาลในปี 2569 ยังคงเติบโตในระดับเลขหลักเดียว โดยมีปัจจัยที่ต้องจับตาคือ รัฐบาลกลุ่มประเทศตะวันออกกลางจะมีนโยบายส่งผู้ป่วยมารักษาในไทยอยู่หรือไม่ ถ้ามีการสนับสนุนในส่วนนี้คาดว่าจะมีอัปไซด์จากการเร่งใช้จ่ายด้านการรักษา ในทางกลับกันหากรัฐบาลเน้นการฟื้นฟู และซ่อมแซมประเทศเป็นหลัก และสนับสนุนให้ประชาชนรักษาในประเทศก็อาจมีผลกระทบต่อรายได้ในกลุ่มโรงพยาบาลได้เช่นกัน

“วัชรุตม์ วัชรวงศ์สิทธิ์” นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มโรงพยาบาลอาจเริ่มต้นปี 2569 ได้ไม่ดีนัก จากทิศทางกำไรในภาพรวมทรงตัวไปจนถึงลดลงทั้งกลุ่ม มีเพียง BH ที่ยังเติบโตได้ จากแนวโน้มผู้ป่วยต่างประเทศในช่วงก่อนเข้าสู่เทศกาลรอมฎอนโดยเฉพาะผู้ป่วยจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ทั้งนี้ รายได้จากผู้ป่วยในประเทศมีแนวโน้มชะลอตัวลง จากภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อรายได้ และการตัดสินใจเข้ารับบริการโดยเฉพาะในกลุ่มโรคไม่ร้ายแรง ส่งผลกระทบต่อโรงพยาบาลที่มีสัดส่วนผู้ป่วยในประเทศสูง อย่าง BCH ที่ 50% และ CHG ที่ 65% ซึ่งปัจจัยดังกล่าวคาดเป็นแรงกดดันในไตรมาส 2 โดยยังต้องจับตาปัจจัยอื่นๆ อย่างการกลับมาเข้ารับการรักษาของผู้ป่วยต่างชาติว่าจะสามารถประคองกำไรให้เติบโตได้หรือไม่

“แม้ปีนี้กลุ่มโรงพยาบาลจะไม่เติบโตมากนัก แต่ระยะยาวเทรนด์ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และการส่งเสริมไทยเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพ จะหนุนดีมานด์ผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับหลายโรงพยาบาลยังขยายสาขาต่อเนื่อง และปรับค่ารักษาในกลุ่มโรคยากเพิ่มขึ้น เหล่านี้จะช่วยผลักดันการเติบโตได้”

พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/finance/stock/1233713&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ePc0udje3TU21PWhzMTRf